"วุฒิภัทร จันทร์ชุม"
ทายาทแกะหนังตะลุง วางแผนสร้างหมู่บ้านอนุรักษ์ศิลปะคนใต

    หากเอ่ยชื่อ"บรมครูอิ่ม จันทร์ชุม" นายหนังตะลุงในภาคใต้คงจะรู้จักท่านผู้นี้เป็นอย่างดี นั่นเนื่องจากบรมครูอิ่มได้แสดงฝีมือแกะตัวหนังตะลุงป้อนโรงหนังในภาคใต้มาตลอดเกือบ 60 ปี จากช่างแกะหนังตะลุง มาเป็นบรมครูของลูก มีศูนย์ศิลปะหัตถกรรมแกะหนังตะลุง อ.บางแก้ว จ.พัทลุง เป็นสถานที่บ่มเพาะลูกศิษย์มากกว่าพันคน เพื่อสนองเบื้องพระยุคลบาท ในการสืบทอดศิลปะการแกะหนังตะลุงของชาติ
    แม้การดำเนินงานของศูนย์ฯ จะเดินไปได้ด้วยดี แต่ก็มีภาระหนักหลายด้านที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ซึ่งบุคคลที่ต้องเป็นรับหน้าที่นี้ คงหนีไม่พ้นประธานศูนย์ฯ คนใหม่ หลังจาก "บรมครูอิ่ม จันทร์ชุม" เกษียนตนเอง มารับบทที่ปรึกษาศูนย์ฯ แทน
    นายวุฒิภัทร จันทร์ชุม ประธานศูนย์รวมศิลปะหัตถกรรมแกะหนังตะลุงคนใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้ลาออกจากการรับราชการตำรวจตลอด 18 ปี เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากได้ค้นพบว่าตนเองนั้นมีความสามารถด้านศิลปะมากกว่างานปราบปราม ขณะเดียวกันคุณพ่อก็สุขภาพไม่ค่อยดีนัก เพราะอายุมากแล้ว จึงคิดว่าาเราควรหันทำงานที่ตนเองรักมากกว่า
    หลังจากมารับหน้าที่นี้ก็พบว่าการบริหารงานในศูนย์ฯ มีปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะปัญหาด้านเงินทุน ที่จำเป็นในการขยายศูนย์ฯ ให้สามารถทำหน้าที่สืบสานศิลปะแกะตัวหนังตะลุงได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้กำลังหาแหล่งเงินทุนอยู่ ขณะเดียวกันวัตถุดิบอย่างหนังวัวเองก็ขาดแคลน แม้ว่าออร์เดอร์ที่สั่งซื้อตัวหนังตะลุงจะมีมากก็ตาม
    "ผมมีแผนระยะยาว ที่จะนำมาปรับปรุงสถานที่ อาคารและจะขยายศูนย์ฯ ออกไปทางด้านหลัง เพื่อสร้างให้เป็นหมู่บ้านหนังตะลุงอย่างครบวงจร เช่น จัดศูนย์ฯ เดิมให้สวยงาม มีบ้านสาธิตการแกะหนังตะลุง บ้านสาธิตการเชิดหนัง บ้านนิทรรศการ เป็นต้น เพื่อให้เพียงพอกับนักท่องเที่ยวที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพื้นที่ไว้แล้วส่วนหนึ่ง" นายวุฒิภัทร กล่าวและว่า
    สิ้นเดือนมีนาคมนี้ สมาชิกในศูนย์ฯ ที่มีกว่า 4 ร้อยคน จะตั้งกลุ่มสหกรณ์ร้านค้า เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่สมาชิก และเพื่อให้ผลกำไรที่ได้มาเป็นเงินปันผลสำหรับสมาชิกกลุ่มอีกทางหนึ่ง
    นอกจากนั้น ตนกำลังวาดรูปตัวหนังตะลุง และรูปวาดในจินตนาการ ประมาณ 100-150 รูป เพื่อจัดพิมพ์เป็นเล่มจำหน่ายและเป็นแบบเรียนสำหรับนักเรียนที่มาเรียนที่ศูนย์ฯ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของศูนย์ฯ แห่งนี้ และอนุรักษ์ศาสตร์ด้านการแกะหนังตะลุงให้คนรุ่นหลังต่อไป คาดว่าภายใน 3-4 เดือนจะวาดต้นฉบับแล้วเสร็จ
    ทั้งนี้ปัจจุบันศูนย์ฯ แห่งนี้ ได้ผลิตศิษย์ที่มีความชำนาญศิลปะการแกะหนังตะลุงไม่ต่ำกว่า 1,400 คน โดยเป็นทั้งเยาวชน ตำรวจ ทหาร ข้าราชการสาขาอื่นๆ ที่ชื่นชอบศิลปะด้านนี้ รวมทั้งได้สร้างชาวบ้านบริเวณศูนย์ฯ ให้มีอาชีพติดตัว ขณะเดียวกันหลายโรงเรียนได้นำศิลปะการแกะตัวหนังตะลุงเข้าบรรจุเป็นหลักสูตรท้องถิ่นด้วย
    สำหรับนายวุฒิภัทรนั้น นอกจากจะมีความสามารถด้านการแกะตัวหนังตะลุงที่ได้รับการบ่มเพาะมาตั้งแต่เด็กจากบรมครูอิ่ม จันทร์ชุมแล้ว ยังมีความสามารถด้านจิตรกรรมฝาผนัง ภาพเขียน และการปั้นด้วย ขณะที่เขาเป็นตำรวจ หากมีเวลาว่างก็จะใช้เวลาอยู่กับด้านนี้เสมอๆ

ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา* รายงาน
*เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักปฏิบัติการภาคใต้

กลับสู่หน้าหลัก