ธรรมะทำให้ชีวิตสมบูรณ์
โดย ปัญญานันทภิกขุ (พระพรหมมังคลาจารย์)

ธรรมะ คือ ข้อปฏิบัติที่พระผู้มีพระภาคได้บัญญัติไว้ให้พวกเราเอา ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ใช้เพียงบางครั้งบางคราว แต่ต้องใช้ทุกวันทุก เวลา ในการเป็นอยู่ เพราะเมื่อใดขาดธรรมะก็เป็นทุกข์ ทุกข์เกิดขึ้น เพราะขาดธรรมะ ความเสียหายทั้งหลายทั้งปวง เกิดขึ้นเพราะขาดธรรมะ ขาดธรรมะก็เหมือนขาดผู้คุ้มครอง
ธรรมะเป็นผู้คุ้มครองเรา รักษาเราให้มีความสุข แต่ธรรมะ จะมาคุ้มครองเราไม่ได้ ถ้าเราไม่เข้าหาธรรมะ เหมือนอาหารมัน จะแก้หิวไม่ได้ ถ้าเราไม่รับประทาน น้ำจะแก้กระหายไม่ได้ถ้าเราไม่ดื่ม ธรรมะก็เหมือนกัน ถ้าเราไม่เอามาปฏิบัติ ธรรมะก็ช่วยเราไม่ได้
เรามีความสุขความเจริญ ก็เพราะเราปฏิบัติธรรมะ ธรรมะจึงเป็น สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งกว่าอาหาร ยิ่งกว่าอากาศ ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เพราะ ธรรมะทำให้ชีวิตเราสมบูรณ์ เพียงแต่กินอาหารดื่มน้ำ สูดลมหายใจเข้า-ออก ก็มีชีวิตเพียงสักแต่ว่า ร่างกาย ไม่มีชีวิตฝ่าย จิตใจ ถ้าเรามีธรรมะ ชีวิต ของเราก็สมบูรณ์ขึ้น มีความสุข ความเป็นอยู่ดีขึ้น
เราจักไม่กระทำสิ่งต่ำทราม
เราทุกคนควรจะคิดไว้ในใจว่า เราอยู่เพื่อความดีขึ้น เจริญขึ้น ไม่ใช่อยู่เพื่อความตกต่ำ สิ่งใดเป็นเหตุให้ตกต่ำ เราจะไม่ทำสิ่งนั้น ไม่ประ พฤติสิ่งนั้น เดินห่างออกไปจากสิ่งเหล่านั้น คนเราที่มันเสียผู้เสียคนก็
เพราะ ไม่ได้คิดไว้ในเรื่องนี้ ไหลไปตามสิ่งแวดล้อม ตามสิ่งที่มายั่วยวน ให้กระทำ ขาดการควบคุม ขาดการบังคับตัวเอง เลยเสียผู้เสียคนไปตามๆ กัน
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
โลกนี้จะอยู่เป็นปกติสุข เพราะเมตตาปรานีต่อกัน ถ้าขาดเมตตา ก็เต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณ เบียดเบียนกันด้วยประการต่างๆ เป็นเหตุ ให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อน แต่ถ้า อยู่กันด้วยความเมตตา ละก็สบาย
พระผู้มีพระภาคสอนให้เราแผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังที่เราแผ่เมตตาว่า "สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ด้วย กันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่ามีเวร อย่ามีภัย อย่าเบียดเบียน แก่กันและกันเลย..."
เราไปเห็นใครก็ส่งกระแสจิตไปด้วยความเมตตา เห็นใครเดินไป เดินมาก็ว่า "จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด ขอให้มีความเจริญ ขอให้มีความก้าว หน้า อยู่ด้วยความปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ" เรียกว่าแผ่เมตตา ส่งไปยังบุคคลนั้น เราจะนั่งอยู่ที่ไหน เดินอยู่ ณ ที่ใด ก็อยู่ด้วยความเมตตา
พระผู้มีพระภาคสอนภิกษุทั้งหลายที่ไปอยู่ในป่า บอกว่าเธอไปอยู่ ในป่า บางทีอาจจะเกิดความกลัว ขนลุกขนพอง เพราะมีเสียง มีอะไรเกิด ขึ้น อาจจะเกิดความตกใจ จงแผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย แล้วความ กลัวความตกใจนั้นก็จะหายไป
เมตตาธรรม ในพระพักตร์พระพุทธรูป
ผู้ที่มีปกติอยู่ด้วยเมตตา เราจะเห็นว่ามีดวงหน้าเปล่งปลั่ง เพราะ ไม่มีความทุกข์ในใจ ไม่มีความคิดในทางต่ำอยู่ในใจ ดวงตาแจ่มใส ดวงหน้าอิ่มเอิบ แสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีความสุข มีปกติยิ้มระรื่น ไม่ใช่หัวเราะก๊ากๆ แต่เป็นคนที่อยู่ด้วยอารมณ์เย็น ยิ้มดังพระพักตร์ พระพุทธรูป
เวลาเขาปั้นพระพุทธรูป เขาเอาเมตตาธรรมใส่เข้าไปในรูปนั้น ทำให้พระพักตร์อิ่มเอิบน่ากราบน่าไหว้ ช่างที่ปั้นพระก็ต้องทำใจให้มีคุณ ธรรมเหมือนกัน เวลาปั้นพระต้องถือศีลเคร่งครัด ต้องปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เพื่อให้ใจผ่องใส จึงปั้นพระออกมาสวยงาม ถ้าโกรธใครมาแล้วมาปั้น ปั้นไปโกรธไป พยาบาทไป หน้าพระ ก็กลายเป็น หน้ายักษ์ไป ไม่สวย คนเขียนภาพก็เหมือนกัน ต้องใจดี เวลาเขียนภาพต้องใจเย็น ถ้าเขียนด้วย ใจโกรธ เดี๋ยวก็เขียนภาพเป็น หน้าโกรธ ไปเท่านั้นเอง เพราะอะไรๆ ก็ออก มาจากใจทั้งนั้น
อานิสงส์ของความเมตตา
การแผ่เมตตา ช่วยให้เรา เป็นสุขในเวลาตื่น เป็นสุขในเวลาหลับ เป็นที่รักของมนุษย์ เป็นที่รักของอมนุษย์ อมนุษย์ก็คือสัตว์เดรัจฉาน สุนัข ถ้าเราแผ่เมตตาให้มัน มันก็รักเรา "นะ-เมตตา โม-กรุณา พุท-ปราณี ธา-ยินดี ยะ-เอ็นดู"
คนเราก็เหมือนกัน ถ้าเราแผ่ความรักให้เขา เขาก็รักเรา กระแสจิต นี้ถึงกันได้ โบราณเขาจึงให้อุบาย ก่อนที่จะไปหาใคร เขาให้เสกขี้ผึ้งสีปาก แต่ก่อนไม่มีอะไร ใช้ขี้ผึ้งสีปาก เอามาถึงก็ทาจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย สองรอบ เวลาทาก็ให้นึกในใจว่า "นะ-เมตตา โม-กรุณา พุท-ปราณี ธา-ยินดี ยะ-เอ็นดู" นะโม พุทธายะ นั่นเอง ขอนอบน้อมแด่พระผู้มี พระภาคเจ้า ให้นึกถึงพระพุทธเจ้า แต่แถมคุณธรรม เมตตา-กรุณา-ปราณี-ยินดี-เอ็นดู เข้าไปด้วย คุณธรรมที่แสดงความรัก ความเมตตาทั้งนั้น ไม่ใช่ "นะ-เหี้ยมโหด โม-ดุร้าย..." อะไรอย่างนั้น มันก็แย่ มันไม่ถูถต้อง

ข้อมูล : พระมหาธวัชชัย คุณากโร (เกื้อเกตุ) วัดอตัมมยตาราม ตั้งอยู่ ณ เมืองวูดดิลวิลล์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา
e-mail : tawatchai955@hotmail.com

กลับสู่หน้าหลัก