พุทธวิธีสะเดาะเคราะห์
โดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

    การสะเดาะเคราะห์ สะเดาะอย่างไร สะเดาะตามหลักการของพระพุทธศาสนา คือ เราต้องรู้ว่าเป็นเคราะห์เพราะอะไร เป็นทุกข์เพราะอะไร
พระพุทธเจ้าท่านสอนเรื่องความทุกข์ให้เรา รู้จักทุกข์แล้วรู้ว่าทุกข์นี้เกิดมาจากอะไร อะไรเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์นั้น ถ้าเรามีทุกข์อย่าไปเที่ยวไหว้เสานั่น อย่าไปไหว้ต้นไม้นี่อย่าไปไหว้ผีไหว้เทวดา เพราะพวกนั้นช่วยเราไม่ได้ เทวดาช่วยเราไม่ได้ ช่วยตัวเองก็ไม่ได้เลย เทวดา... เราตั้งศาลเล็กให้อยู่นะ แต่บางที่ก็ไม่อยู่ไม่รู้ไปเที่ยวที่ไหน
    วันก่อนนี้มีข่าวแปลกประหลาด คุณชวน หลีกภัย ในขณะ นั้นเพิ่งได้เป็นรัฐมนตรีเกษตร เมื่อจะมาทำงานที่กระทรวง เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรท่านหนึ่งบอกท่านว่าให้มาตอนเช้า ให้มาไหว้พระภูมิเจ้าที่เสียก่อน แล้วตอนบ่ายจึงจะรับงาน ท่านบอกว่าไหว้เสียตอนบ่ายแล้วไปรับงานทีเดียวไม่ได้หรือ มันจะได้ไปพร้อมกัน เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ได้เพราะตอนบ่ายพระภูมิไม่อยู่บ้าน พระภูมิก็ชอบเที่ยวชอบเตร่เถลไถล เหมือนข้าราชการบางกรมนะ พอตอนบ่ายแล้วไม่ค่อยอยู่ที่ทำงาน อธิบดีก็ไม่อยู่ รองอธิบดีก็ไม่อยู่ เวลาไปติดต่องานอะไร เขาบอกว่าถ้าไปตอนบ่ายไม่ค่อยสำเร็จ เพราะผู้ใหญ่ไม่อยู่กรมไปเที่ยวไหน เหมือนกันแหละเทวดานะ พระภูมิก็เหมือนกับข้าราชการชอบ เที่ยวตอนบ่าย จึงไม่อยู่บ้าน คุณชวนก็เลยบอกว่า ถ้างั้นทำตอนเช้าหมด ทั้งรับงานด้วย ไปไหว้เทวดาด้วย ไปไหว้พระภูมิด้วย ความจริงไม่ต้องไหว้ก็ได้ มันอยู่ที่เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนรักงานเป็นคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
    แต่มีอยู่คราวหนึ่ง ขำดี จะเล่าให้พี่น้องฟัง คุณจรูญ โลกะกลิน แกไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ที่นี้ผู้ว่าเก่า แกบอกว่า "นี่รูญ มาอยู่เมืองนี้ ไหว้เทวดาไหว้พระภูมิเจ้าที่เสียบ้างนะ แกบอกว่า "เออ กู จะไหว้" เลยนัดข้าราชการว่า พรุ่งนี้เตรียมธูปเตรียมเทียนไว้ไปที่เสาธง ฉันจะไหว้พระภูมิเจ้าที่เทวดาเมืองสกลนคร แกประกาศว่า ข้าพเจ้าจรูญ โลกะกลิน ได้รับพระบรมราชโองการให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ข้าพเจ้าใหญ่กว่าใครทั้งหมด ในเมืองนี้เทวดาผีสางนางไม้อย่ามายุ่งกับข้าพเจ้าไปอยู่ในป่าตามสบาย ถ้าขืนมายุ่งก็จะเกิดเรื่องกันแล้วแกก็ไหว้ของแก พวกนั้นตกใจ ข้าราชการตกใจ เอ นี่เจ้าเมืองนี่อะไรไปว่าเทวดาเข้าแล้ว แต่ว่าแกก็ครองเมืองเรียบร้อย เพราะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตเป็นคนเอางานเอาการ ไม่มีความลำเอียงเพราะรัก เพราะชัง เพราะกลัว เพราะหลง ทำอะไรก็ดี อยู่ที่นั่นจนเกษียณอายุราชการ
    การไปไหว้สิ่งที่เหลวไหล เขาเรียกว่า "ปัญญาอ่อนทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่เรื่องอะไร ที่ไปไหว้บูชาอย่างนั้น ปัญญาอ่อน .. ไร้การศึกษา ไม่ใช่ว่าไร้การศึกษาทางโลกนะ ได้ปริญญากันทั้งนั้นแหละ แต่ว่า ธรรมะมันอ่อน ไม่ค่อยศึกษาธรรมะ เป็นพุทธบริษัทแต่ไม่ศึกษาคำสอน ของพระพุทธเจ้าให้เกิดปัญญาให้เกิดความรู้ความเข้าใจ จึงไปเที่ยวไหว้เปะปะไปอย่างนั้น
    การไปเที่ยวไหว้อย่างนั้นนะ รู้ไหม ว่าเราเป็นคนไม่ซื่อ เล่นไม่ซื่อกับพระพุทธเจ้า ชาวพุทธต้องมีความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พุทธ แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้มีความเบิกบานแจ่มใส เพราะฉะนั้น ต้องรู้เรื่องตัวเองให้ถูก มันมาจากเหตุอะไร ถ้าควรจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธี การอย่างไร
   เราจะสะเดาะเคราะห์นี่นะ ไม่ต้องให้ใครช่วยสะเดาะ เราสะเดาะ ของเราเอง เราเป็นทุกข์เพราะอะไร เราเป็นทุกข์เพราะแพ้พนัน แพ้บ่อย ซื้อล็อตเตอรี่ไม่ถูกสักที ซื้อหวยก็ไม่ถูก เลขสามตัวก็ไม่ถูก เราเป็นทุกข์แล้ว จะสะเดาะเคราะห์อย่างไรก็เลิกเล่นการพนันให้มันเด็ดขาดไปเลย ถ้าเรา เลิกเล่นการพนันเด็ดขาด เคราะห์ตัวนั้นหายไป สะเดาะหลุดไป เราเป็นทุกข์เพราะสิ่งเสพติดมึนเมา เราติดยาบ้าง ติดเหล้าบ้าง ติดบุหรี่บ้าง ติดไอ้นั่น ไอ้นี่งอมแงม เราก็เลิกเสียบ้าง รู้ว่าเป็นทุกข์ก็เลิก เสพติดของมึนเมา เราเป็นทุกข์เพราะคบเพื่อนชั่ว เพื่อนชั่วชักจูงเราไปในทางต่ำ ไปในทางเสียหาย เราเห็นว่าไม่ดี เราเลิกคบเพื่อนชั่ว นี่เรียกว่าสะเดาะ เคราะห์ตัวนั้นออกไป จำง่ายๆ ว่า เป็นเคราะห์เพราะอะไร รู้แล้วเลิกสิ่งนั้นอันเป็นเหตุ นั่นแหละ คือการสะเดาะ ถึงเราไม่ไปวัดเราก็สะเดาะเอาเองก็ได้ด้วยการ พิจารณาตัวเอง สอบสวนตัวเอง ว่าเราทำผิดอะไรบกพร่องอะไรแล้วเราก็แก้ไข นั่นแหละ เป็นการสะเดาะเคราะห์

กราบนมัสการขอบพระคุณ
พระมหาธวัชชัย คุณากโร (เกื้อเกตุ) วัดอตัมมยตาราม ตั้งอยู่ ณ เมืองวูดดิลวิลล์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เอื้อเฟื้อบทความ

กลับสู่หน้าหลัก