ประวัติและผลงาน

อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์

ชาติภู
        อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ที่บ้านวังจระเข้ หมู่ที่ 4 ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นบุตรคนสุดท้องของนางคลิ้ง และนางดวง บุษรารัตน์ มีพี่น้อง 6 คน (ถึงแก่กรรมแล้วทุกคน) อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ สมรสกับอาจารย์เขียน (จันทร์สุข) บุษรารัตน์แล้วมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 1 ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง มีบุตรธิดาด้วยกัน 7 คน ดังนี้

     1. นายพิทยา บุษรารัตน์ นักวิจัย 7 สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ สมรสกับนางศรีสมร (คงเย็น) มีธิดา 2 คน คือ นางสาวเพ็ญศริ และนางสาวสพิริยา บุษรารัตน์
     2. นายไพศาล บุษรารัตน์ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านหยีในสามัคคี สมรสกับนางระวิวรรณ (ทองรักขาว) มีบุตรธิดา 3 คน คือนางสาวพรศริ นางสาวกิติมา นายพงศกร บุษรารัตน์
     3. นายพิบูลย์ บุษรารัตน์ (ถึงแก่กรรม) สมรสกับนางนันทพร (ยกฉวี) มีบุตรธิดา 2 คน คือ นาย พิพัฒน์ เด็กหญิงพัสตราภรณ์ บุษรารัตน์
     4. นางไพจิตร บุษรารัตน์ (มากชุมนุม) อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนบ้านสำนักปรางค์ สมรสกับ นายโชติ มากชุมนุม มีธิดา 2 คน คือ นางสาวพุทธชาติ เด็กหญิงชฏาพร มากชุมนุม
     5. นายพิชัย บุษรารัตน์ อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนศรีบรรพตพิทยาคม สมรสกับนางเลิศลักษณ์(หิรัญชาติ) มีบุตรธิดา 2 คน คือ เด็กชายพิรชา เด็กหญิงแพมุกดา บุษรารัตน์
     6. นางเพ็ญแข บุษรารัตน์ (สังขมณี) อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนวัดทะเลน้อย สมรสกับนายจรินสังขมณี มีบุตร 3 คน คือ เด็กชายรัฐพล เด็กชายพันธดลย์ เด็กชายปริพัตร์ สังขมณี
     7. นางกนกภรณ์ บุษรารัตน์ ประกอบธุรกิจส่วนตัว สมรสกับนายบรรเทิง จันทร์หอม และ มีบุตรบุญธรรมคือ นายฟอง นางวาด อุ่นหนู มีบุตรธิดา 3 คนคือ นางสาวสุคนธา นายนพดล เด็กหญิงสุชาดา อุ่นหนู

การศึกษา
     อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดป่าตอ ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อ พ.ศ. 2482 คุณแม่ไม่ให้เรียนต่อเพราะพี่ๆ ออกเรือนไปหมดแล้ว หมายพึ่งพาอาศัยบุตรคนสุดท้อง เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ทำไร่ ทำนา ตามความนิยมของชาวชนบททั่วไป อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ ยินยอมตามคำขอร้องของคุณแม่ แต่ไม่ทอดทิ้งหนังสือ อุตสาห์ไปหยิบยืมจากท่านพระครูแก้ว เจ้าอาวาสวัดโคกโดน ท่านเป็นผู้ที่สนใจวรรณคดีไทยมาก ซื้อหาไว้อย่างครบถ้วน มีหนังสือมหาเวสสันดรชาดก รามเกียรติ์ อิเหนา สังข์ทอง ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี โคบุตร นิราศเมืองแกลง นิราศพระแท่นดงรัง กากี ระเด่นลันได สามก๊ก ราชาธิราช พระครูแก้วพูดว่า ใครอ่านเรื่องสามก๊กแล้วสามารถเล่าเรื่องได้ แสดงว่าผู้นั้นเป็นคนมีความจำดี ท่านให้ยืมอ่านครั้งละเล่ม อ่านจบแล้วส่งคืน สอบถามเรื่องราวบางตอนเล่าให้ฟังได้ก็พอใจ จึงให้ยืมเล่มต่อไป กลางคืนอ่านให้คุณแม่ฟัง กลางวันนำวัวควายไปเลี้ยง อ่านหนังสือไปด้วย ด้วยเป็นเด็กยังไม่ทราบซึ้งในอรรถรสของภาษา แต่สนุกสนานกับเนื้อเรื่องเล่าให้ผู้อื่นฟังได้ทุกเรื่อง สามารถร้องกลอนสดด้วย เขียนกลอน 4 กลอน 8 ได้บ้าง ตั้งแต่อายุ 12 ปี เคยแสดงหนังตลุง แต่น้ำเสียงไม่ไพเราะ จึงเลิกล้มไป คุณแม่คงเกิดความสงสารที่เห็นลูกรักหนังสือ ปี พ.ศ. 2484 อนุญาตให้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนช่วยมิตร อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นโรงเรียนราษฎร์โรงแรกของจังหวัดพัทลุง ที่เปิดทำการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษา อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 6 กิโลเมตรเศษ เดินเท้าไปกลับ จากหนังสือทำเนียบศิษย์ช่วยมิตร อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ เขียนไว้ว่า

      ถ้าไม่มีช่วยมิตรคิดย้อนหลัง       ต้องพลาดหวังทางด้านการศึกษา
จบป.สี่เลี้ยงวัวควายทำไร่นา       ความก้าวหน้าอาจไม่ได้ดังใจตน
จะไปเรียนในเมืองเป็นเรื่องยาก       ทนอดอยากสารพัดแสนขัดสน
พ่อแม่เราส่วนมากล้วนยากจน       ทั้งถนนหนทางนั้นเต็มกันดาร
อาศัยวัดยัดเยียดกระเบียดกระเสียร      ใครไปเรียนอยู่วัดวาน่าสงสาร
เหมือนทวยเทพสรวงสวรรค์ดลบันดาล      โปรดประทานช่วยมิตรคิดปราณี


     อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ ดีใจมากที่ได้เรียนต่อ ให้คำมั่นสัญญากับแม่ว่าจะหาเงินเอาเองโดยไม่รบกวนและเป็นความจริง เริ่มต้นขายวัวซึ่งเป็นของตนเอง 5 ตัว ได้เงิน 22 บาท ค่าเล่าเรียนภาคละ 8 บาท ซื้อเสื้อผ้า ซื้อเครื่องเล่าเรียนได้อย่างครบครัน เป็นเด็กขยัน เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ปลูกพืชผักขาย รับจ้างดายหญ้า แบกหามสิ่งของ วันปิดเรียนยังประกอบการค้า ด้วยเป็นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สินค้าขายดีมีกำไร มีเงินเหลือจ่ายต่อเติมบ้านที่ค้างอยู่จนสำเร็จเรียบร้อย
     การเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี สอบไล่ได้เกินร้อยละ 82 ทุกระดับชั้นเรียน ครูอาจารย์จึงพิจารณาให้ผ่านชั้น ม. 5 ขึ้นเรียนชั้น ม.6 จบปี พ.ศ. 2488 ปี พ.ศ. 2493 สอบวุฒิครูมูล (พ.) ได้ปี พ.ศ. 2497 สอบวุฒิครูพิเศษประถมศึกษา (พ.ป.) ได้ปี พ.ศ. 2500 สอบวุฒิครูพิเศษมัธยมศึกษา (พ.ม.) ได้

อาชีพการงาน
     เจ้าของผู้จัดการ และครูอาจารย์โรงเรียนช่วยมิตรเห็นว่าเป็นคนมีความประพฤติเรียบร้อย และมีความรู้พอที่จะสอนนักเรียนระดับชั้นมัธยมได้ จึงรับเข้าเป็นครูโรงเรียนช่วยมิตร เป็นครูโรงเรียนช่วยมิตร 14 ปี แล้วลาออกไปรับราชการ ครั้งแรกบรรจุเป็นครูโรงเรียนพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 1 กันยายน ปี พ.ศ. 2502 สมัยนั้นเรียกว่าโรงเรียนมัธยมสามัญ รับนักเรียนชั้น ม.1 - ม.3 ปี พ.ศ. 2505 ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูใหญ่โรงเรียนพนางตุง ปี พ.ศ. 2509 ย้ายมาเป็นครูใหญ๋โรงเรียนควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมสามัญเช่นเดียวกัน ปี พ.ศ. 2511 ได้รับการแต่งกั้งเป็นครูชั้นโท เป็นหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทยโรงเรียนบ้านท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ. 2516 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิชาการโรงเรียนบ้านท่ามิหรำ จนกระทั่งปลดเกษียณอายุราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2530 เป็นข้าราชการบำนาญ และเป็นครูช่วยสอนในโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดสุวรรณวิชัย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยไม่รับค่าตอบเเทนใดๆ จนกระทั่งเสียชีวิต

ผลงานการเขียนวรรณกรรมหนังตะลุง
     หนังตะลุงเป็นศิลปพื้นบ้านของภาคใต้ คู่กับมโนราห์ ได้รับความนิยมชมชอบจากมหาชน มาเป็นเวลานานปี การแสดงหนังตะลุงได้พัฒนาให้เข้ากับสมัยอย่างกลมกลืน แต่คงอนุรักษ์รูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ ผู้แสดงหนังตะลุงมีความสามารถเป็นพิเศษ ใช้เวลาแสดงคืนหนึ่งๆ ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง กว่าจะมีชื่อเสียงขึ้นได้ต้องฝึกหัดกัน 3-5 ปี เรื่องที่นำมาแสดงมักลอกเลียนแบบจากอาจารย์ ไม่มีตำราหรือคู่มือใดๆ ทั้งสิ้น อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ ให้เหตุผลว่า ละคร โขน หนังใหญ่ ภาพยนตร์ ล้วนมีบทพากย์โดยเฉพาะ หนังตะลุงก็ควรมีบทพากย์ ไม่ต้องท่องจำเหมือนละครทีวี แต่ควรมีแบบเป็นคู่มือ ดีกว่าจะแสดงอย่างไม่มีกฎเกณฑ์ มีผู้แต่งเรื่องหนังตะลุงอยู่บ้าง แต่แต่งเพียงเค้าโครงเรื่องมีบทร้องบ้างบางตอน อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ จึงแต่งอย่างละเอียด มีบทร้อง บทเจรจา บทตลก บอกการเคลื่อนไหวของตัวละคร ตลอดถึงการประโคมดนตรีไว้พร้อม บทที่หนังตะลุงต้องการมากคือบทตลก ทั้งที่เป็นคำกลอน และคำพูด อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ เขียนบทตลกไว้อย่างละเอียดทุกเรื่อง ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกษม ขนาบเก้ว อาจารย์สถาบันราชภัฎสงขลา ได้รวบรวมเฉพาะบทตลกออกเผยแพร่เป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไป
     อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ แต่งเรื่องหนังตะลุงเข้าลักษณะวรรณกรรมหนังตะลุงเพื่อการแสดงเป็นระบบ มีเหตุผล ให้ความรู้ ให้ความคิด มีเนื้อหาสาระ ทั้งจินตนิยายเเละนวนิยาย เริ่มแต่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 จนถึงปัจจุบัน รวม 52 เรื่อง ทุกเรื่องมีเค้าโครงเรื่องไม่ซ้ำกัน และไม่พ้องกับเรื่องราวของหนังตะลุงที่แสดงอยู่ก่อนแล้ว เขียนตรงตามความถนัดของหนังแต่ละคณะ เป็นการเขียนให้เปล่าทั้งสิ้น เพื่อส่งเสริมศิลปินหนังตะลุงให้อยู่รอดอย่างแท้จริง และยังเขียนมอบให้หน่วยงานราชการ เพื่อส่งเสริมการศึกษา การประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เช่น เรื่องบุญนำกรรมพา เรื่องอุณรุท เรื่องวัยเจริญพันธ์ เรื่องพระร่มโพธิ์เเก้ว เป็นต้น ในจำนวนวรรณกรรมหนังตะลุงเพื่อการแสดง 52 เรื่อง มีดังนี้
    1. ราชินีพยาบาท
    2. นักรักนักรบ
    3. เณรเริง
    4. สามชาย
    5. รักในเรือนทาส
    6. คนหนอคน
    7. เมียคู่จิตมิตรคู่ใจ
    8. ฝนซาฟ้าสาง
    9. มารชีวิต
  10. สายเลือดสายสวาท
  11. คนจนคนจริง
  12. รอยแผลสายพิณ
  13. รักนิรันดร
  14. บุญนำกรรมพา
  15. ฟ้ากั้นสวรรค์สาป
 16. ประชาชนเป็นใหญ่ในเเผ่นดิน
  17. ชายจริงหญิงเเท้
  18. ลูกทาสลูกทุ่ง
  19. พระยุพราชฝาแฝด
  20. บุกแดนมหัศจรรย์
  21. พระยุพราชของปวงชน
  22. พระร่มโพธิ์แก้ว
  23. แสงทองแสงธรรม
  24. วิญญาณประกาศิต
  25. ตามล้างตามผลาญ
  26. ธิดาฝาแฝด
  27.อุณรุท
  28. ดื้อคำสาป
  29. เจ้าชายพเนจร
  30. สามแผ่นดิน
  31. สาวแสงฟ้า
  32. สวรรค์ในอกนรกในใจ
  33. พลีชีพเพื่อชาติ
  34. ลูกธรพี
  35. วัยเจริญพันธุ์
  36. เพลิงรักเพลิงแค้น
  37. ขุนโจรใจพระ
  38. สไบทิพย์
  39. น้ำใจแม่เลี้ยง
  40. คนจนคนจร
  41. แดนเถื่อน
  42. ขุนพลจอมโหด
  43. แผ่นดินทองแผ่นดินธรรม
  44. เลือดล้างเลือด
  45. ใครดีใครอยู่
  46. แรงบุญแรงบาป
  47. ฟ้าโลมดิน
  48. กิ่งแก้วกิ่งทอง
  49. แผ่นดินเลือด
  50. เริงรักเริงรบ
  51. หญิงแสนกล
  52. กาวรรณกลิ่น

     เรื่องราชินีพยาบาท รักนิรันดร อุณรุท ธิดาฝาแฝด เจ้าชายพเนจร สาวแสงฟ้า บุกแดนมหัศจรรย์ ดื้อคำสาป กาวรรณกลิ่น แต่งเป็นจิตนิยาย นอกนั้นเป็นนวนิยาย หนังบางคณะนำไปเปลี่ยนชื่อเรื่องใหม่บ้าง เพื่อให้แสดงได้ในท้องถิ่นใกล้เคียงกัน เรื่องที่อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ เห็นว่าเขียนกลอนได้ดีที่สุดคือเรื่อง อุณรุท เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องอุณรุท ครั้งกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี จัดทำโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคใต้ จังหวัดสงขลา เรื่องที่ได้รับความนิยมจากชาวบ้านสูงสุดคือ เรื่องเณรเริง รอยแผลสายพิณ คนหนอคน ฟ้ากั้นสวรรค์สาป เจ้าชายพเนจร คณะหนังที่นำเรื่องของอาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ ไปแสดงแยกตามจังหวัดดังนี้
     จังหวัดพัทลุง มีหนังพร้อมน้อย หนังประเสริฐน้อย หนังขุนทอง หนังรุ่งฟ้า หนังแคล้วเสียงทอง หนังบุญให้ หนังอาจารย์บุญเลิศ หนังเลิศน้อย หนังคลิ้งน้อย หนังก้องฟ้า หนังครูเติม หนังอาจารย์วิเชียร หนังอาจารย์ผวน หนังมนูญ หนังจิ้น ศิลป์ทอง หนังอเนก เสียงหวาน หนังจุลอบ
     จังหวัดนครศรีธรรมราช หนังประทุมเสียงชาย หนังอาจารย์บุญธรรม หนังประพันธ์ หนังไสวศิลป์ เสียงเสน่ห์ หนังจรูญน้อย หนังบุญเรือน
     จังหวัดตรัง หนังเฟื่อง หนังสุลี้ เสียงเสน่ห์ หนังอาจารย์ณรงค์ หนังอาจารย์อนันต์ หนังนิกร หนังวิจิตร เสียงแก้ว
     จังหวัดสงขลา หนังอาจารย์นครินทร์ ชาทอง หนังสมพรน้อย หนังมงคล
     จังหวัดสตูล หนังตะวัน ศ.จรูญน้อย
     จังหวัดปัตตานี หนังอาจารย์จรัส ชูชื่น
     จังหวัดภูเก็ต หนังประจวบศิลป์

ผลงานการแต่งเรื่องมโนราห์
     มโนราห์ฝึกการฟ้อนรำเป็นหลัก มีบทร้องประกอบการรำอยู่แล้ว เป็นแบบฉบับดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทุกๆ คณะใช้เหมือนกัน เช่น รำท่าสิบสอง รำท่าครูสอน รำท่าประถมพรหมสี่หน้า รำท่าเพลงโทนเพลงทับ เป็นต้น แต่ได้แต่งขึ้นใหม่เป็นบทร้องก่อนออกรำ หรือหลังจากรำแล้วเรียกว่าบทหน้าฉากหรือหน้าม่าน อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ มอบให้มโนราห์หลายคณะ ตัวอย่างบทร้องหน้าม่านเรื่องโทษของการสูบบุหรี่

     " หัวใจนั้นสำคัญยิ่งเสียจริงหนอ     ใครมาขอซื้อสักล้านท่านไม่ขาย
เหตุไฉนใจเราดำไปทำลาย     ให้วอดวายด้วยบุหรี่ทุกวี่วัน
ในบุหรี่มีสารพิษแรงฤทธิ์ร้าย     เราลืมตายหลงโปรดโทษมหันต์
หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจไปตีบตัน     เพิ่มแรงดันฉีดโลหิตผิดธรรมดา
กล้ามเนื้อหัวใจตายวายชีวิต     ท่านไม่คิดรักตนสนเสาะหา
มะเร็งปอดหลอดลมบ่มพิษยา     กระเพาะอาหารลำไส้โรคภายใน
ควันพิษร้ายคนใกล้ชิดรับพิษด้วย     เรามาช่วยให้ปลอดพิษคิดแก้ไข
โปรดคำนึงถึงลูกหลานท่านทั่วไป     เป็นผู้ใหญ่ให้ตัวอย่างทางไม่ดี
พ่อสูบอยู่ทุกวันครั้นลูกเห็น     ลูกลองเล่นสูบตามเพิ่มความถี่
เห็นครูสูบศิษย์สูบลองว่าของดี     เหมือนครูชี้โพรงกระรอกบอกนำทาง
เลิกบุหรี่ไม่มีวิธีไหน     อยู่ที่ใจเราเองดอกออกขัดขวาง
ใจเข้มแข็งเด็ดขาดอาจปล่อยวาง     มีตัวอย่างให้เห็นเป็นหมื่นพัน
รักลูกหลานทำบ้านท่านปลอดบุหรี่     เหมือนบ้านนี้เป็นสถานพิมานสวรรค์
ทำโรงเรียนปลอดบุหรี่ไม่มีควัน     โรงเรียนนั้นยอดยิ่งมิ่งมงคล
ใคร่ขอร้องน้องวัยรุ่นคุณคิดบ้าง      จงหลีกห่างบุหรี่มีมรรคผล
อย่าเป็นชี้ยาฆ่าชีพตน     เป็นสิงห์พ่นควันพิษคิดใคร่ครวญ
เงินทองหากว่าจะได้เหงื่อไหลย้อน     รายรับน้อยค่อยประหยัดตัดแบ่งส่วน
ซื้อของที่จำเป็นเห็นสมควร      โปรดทบทวนเลิกบุหรี่มีกำไร "


      เรื่องที่แต่งเพื่อการแสดงมโนราห์ มี 5 เรื่อง คือ เรื่องจันทร์ฉาย ไกรทอง โจรจำเป็น ลูกเศรษฐีตกยาก ลูกยอดกตัญญู

ผลงานทางวิชาการ
    1. กาพย์เรื่องชักพระ สำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาอ่าน ของหน่วยศึกษานิเทศก์ จังหวัดพัทลุง
    2. กลอน 4 ความภูมิใจในท้องถิ่นของเราสำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาอ่าน ของหน่วยศึกษานิเทศก์ของจังหวัดพัทลุง
    3. หนังสือฝึกออกเสียงคำที่ออกเสียงคล้ายกัน เช่น . ไก่ กับ ไข่, ป่า กับ ผ่า, ฟาย กับ ความ, อ่าง กับ ห่าง, ฟ้า กับ คว้า, ป่าน กับ ผ่าน, จิ๋ว กับ ฉิว, โครง กับ โคลง เป็นต้น
    4. การใช้ภาษาไทย เป็นคู่มือสอนนักศึกษาผู้ใหญ่ระดับ ม.1-3
    5. จัดทำคู่มือหนังตะลุง 1 หนังตะลุง 2 หนังตะลุง 3 เพื่อใช้เป็นคู่มือให้นักเรียนระดับ ม.ต้น เลือกเรียน ของเขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา
    6. ปู่เล่นอะไร เป็นหนังสืออ่านสำหรับเด็กระดับประถมศึกษาเกี่ยวกับการเล่นกีฬาพื้นบ้านของภาคใต้ ของเขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา
    7. ร่วมกับหน่วยศึกษานิเทศก์จังหวัดพัทลุง จัดทำหนังสือเสริมการอ่านหลายเล่ม ถือเป็นต้นแบบของจังหวัดอื่นๆ
    8. เขียนประวัติวัดดอนศาลา ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดพัทลุง ความยาว 45 หน้า จัดพิมพ์เนื่องในงานฉลองวิหารประดิษฐ์ประจำวัน 2540
    9. เขียนคำใหโครงการปรับปรุงสารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ ของสถาบันทักษิณคดีศึกษา รวม 520 คำ หรือ 520 เรื่อง ทั้งที่เป็นคำแม่บท คำเอก คำรอง และคำย่อย

ผลงานด้านสังคม
    1. ได้รับเชิญเป็นวิทยากรจากหน่วยงานและสถาบันการศึกษา ทั้ระดับชั้นประถม มัธยม วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย ให้การอบรมครู อบรมชาวบ้านให้ความรู้เรื่องการแต่งกลอน การแต่งเรื่องหนังตะลุง แก่ศิลปินพื้นบ้านของภาคใต้ เป็นต้น
    2. เป็นกรรมการสมาคมผู้ปกครองครูโรงเรียนบ้านท่ามิหรำ จัดตั้งมูลนิธิเป็นผลสำเร็จ
    3. เป็นกรรมการหาเงินจัดตั้งมูลนิธิศิษย์เก่าช่วยมิตรเป็นผลสำเร็จ ใช้ดอกผลช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนดี ในเขตอำเภอควรขนุน ศรีบรรพต ป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง โดยแบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 3 ระดับ คือ นักเรียนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดสุวรรณวิชัย โรงเรียนระดับประถม มัธยม ปีละ 25 ทุน ทุกปี
    4. เป็นกรรมการวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง
    5. เป็นพิธีกรงานศพ งานแต่งงาน
    6. เป็นกรรมการปฎิรูปการศึกษาโรงเรียนควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

     จากการสัมภาษณ์ของผู้ช่วยศาสตราจารย์เกษม ขนาบแก้ว ต่อบุคคลที่เคยร่วมงานและอยู่
ใกล้ชิตกับอาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ ว่า อาจารย์วิเชียร เกื้อมา อาจารย์วิทยาลัยนาฎศิลปพัทลุง กล่าวว่า "อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ เป็นคนรักสวยรักงาม แต่งตัวดี ความจำดีมาก เป็นคนร่าเริง คุยสนุก ลูกน้องชอบ เป็นปราชญ์ เป็นคนที่มีความคิดใหม่ๆ บางครั้งในที่สัมมนา จะถกเถียงกับคนอื่นแต่มีวิธีการสอดแทรกความคิดของตนให้คนอื่นรับได้" อาจารย์ยอด ศรีทอง อดีตอาจารย์โรงเรียนสตรีพัทลุง กล่าวว่า "อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่มีการแสดง อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ จะมีส่วนร่วมอยู่ด้วยเสมอ เป็นคนขยัน รับผิดชอบ ไม่เคยมีรอยด่างพร้อยแม้แต่น้อย มีสัจจะ ไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ "
     หนังพร้อม บุญฤทธิ์ อดีต ส.ส. พัทลุง กล่าวว่า " อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ เป็นนักปราชญ์ มีความรอบรู้ในหลายเรื่อง เป็นคนที่เป็นคนจริง รักความถูกต้องเป็นธรรม ถูกก็ว่าถูก ผิดก็ว่าผิด กับผมมักคิดตรงกัน โดยเฉพาะความเป็นธรรม อาจารย์พ่วงช่วยคนจริง ไม่เคยเรียกร้องค่าตอบแทน "

รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ
    1. ได้รับรางวัลที่ 1 ระดับอำเภอ กลอน 8 เรื่องธรรมบาลกุมาร ปี 2488
    2. ได้รับรางวัลที่ 1 ระดับอำเภอ กาพย์ เรื่องวัฒนธรรม ปี 2489
    3. ได้รับรางวัลที่ 1 ระดับจังหวัด กลอนสักวา เขียนปี 2489
    4. ได้รับรางวัลที่ 1 การโต้วาทีระหว่างทีมพัทลุงกับทีมจังหวัดสงขลา ตรัง นครศรีธรรมราช ที่อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ปี 2489
    5. ได้รับรางวัลที่ 1 ระดับจังหวัด ประกวดเรียงความ เรื่องการศึกษาประชาบาล ปี 2512
    6. ได้รับรางวัลชมเชย จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด ประเภทร้อยกรอง เรื่อง " หญิงไทยใจกล้า " (กลอน 6) ปี 2516
    7. ได้รับรางวัลที่ 1 เป็นหัวหน้าทีมจังหวัดพัทลุง โต้วาทีกับทีมเมืองนครศรีธรรมราช ปี 2518
    8. ได้รับรางวัลที่ 2 (ไม่มีผู้ใดได้รับรางวัลที่ 1) ประเภทชีวประวัติบุคคลสำคัญ เรื่อง " ชีวประวัติของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี " ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด
    9. ได้รับรางวัลที่ 1 ในการประกวดกลอนสด ในงานแสดงวัฒนธรรมภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ประจำปี 2520
  10. ไดัรับรางวัลปฎิการคุณ (5,000) เสภาเรื่อง " พระยาพิชัยดาบหัก " จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด
  11. ได้รับรางวัลชมเชยจากวารสารชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ ปี 2524
  12. ได้รับรางวัลดีเด่นระดับภาค เรื่อง " ภูมิใจเมืองไทยเมืองทอง " ในการประกวดหนังสือสำหรับเยาวชนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม และประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ปี 2526
  13. ได้รับโล่ที่ระลึก จากกองบัญชาการตำรวจภูธร 4 ผู้ประพันธ์ตำกลอนหนังตะลุง ในวันตำรวจ 13 ตุลาคม 2527
  14. ได้รับรางวัลชมเชย การประกวดเรียงความ เนื่องในโอกาสวันครู ปี 2528 ของสำนักงานคณะกรรมการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
  15. ได้รับรางวัลที่ 1 ประกวดเรียงความเรื่อง " สหกรณ์กับการพัฒนาประเทศ " เนื่องในวันจัดงานสหกรณ์แห่งชาติ 29 ประจำปี 2529
  16. ได้รับประกาศเกียรติคุณ ผู้เป็นครูมีคุณธรรมดีเด่น ประจำปี 2529 จากสำนักงานคณะกรรมการคุรุสภากระทรวงศึกษาธิการ
  17. ได้รับเชิดชูเกียรติ เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมภาคใต้ สาขาศิลปะ ประจำปี 2530 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
  18. ได้รับรางวัลที่ 1 เป็นหัวหน้าทีมพัทลุง โต้วาทีกับทีมจังหวัดตรัง ปี 2536
  19. ได้รับรางวัลชมเชย เรื่อง " ลิลิตสำนึกบาป " ประกวดวรรณกรรมไทยเรื่องยาว จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด ปี 2537
  20. ได้รับรางวัลชมเชย เรื่อง " กาญจนาภิเษก " แต่งเป็นกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ ประกวดวรรณกรรมไทยเรื่องยาว จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด ปี 2538
  21. ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเรื่องหนังตะลุง จากกรมการศึกษานอกโรงเรียน สั่ง ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2539
  22. ได้รับมอบเกียรติคุณ เป็นนักการศึกษานอกโรงเรียนดีเด่น จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดพัทลุง ปี 2539
  23. ได้รับรางวัลพระเกี้ยวทองคำ ผู้มีผลงานดีเด่นทางการใช้ภาษาไทย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2539
  24. ได้รับเลือกออกรายการคนไทยวันนี้ ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ประจำวันที่ 14 เมษายน 2540

     อาจารย์พ่วง บุษรารัตน  เป็นทรัพยากรบุคคลผู้หนึ่ง ที่มีผลงานทางวัฒนธรรม ทั้งประเภทร้อยแก้วและร้อยกรองจำนวนมากมาย มีความตั้งใจแน่วแน่ ที่จะสร้างผลงานทางด้านนี้ แต่กลับมาล้มเจ็บป่วยลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ประมาณเดือนมีนาคม 2541 ภรรยาและลูกๆ ได้นำส่งโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดพัทลุง และโรงพยาบาลควนขนุน อำเภควนขนุน จังหวัดพัทลุง แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2541 จนกระทั่งเสียชีวิต ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2541 ด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือด รวมอายุ 72 ปี

จากหนังสือ "อนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ อาจารย์พ่วง บุษรารัตน์ ต.ช."

กลับสู่หน้าหลัก