ประวัติบ้านชายคลองปากประเหนือ
โดย ด.ต.สนั่น เลื่อนแป้น
    จะขอเล่ากล่าวประวัติคลองปากประ
แรกปฐมสมบัติกันสืบมา
ว่าปากประนี่หรือคืออะไร
ปากประนั้นเห็นกับตาว่าปากน้ำ
เพราะมีความชัดเจนเป็นส่วนใหญ่
คำว่าประหลายคนให้สนใจ
ไม่สิ่งใดชี้ชอบประกอบกัน
คุณสนั่นคนเดียวเที่ยวค้นคว้า
เสาะสืบความถามหาอย่างขยัน
เพื่อให้ได้ข้อมูลสมบูรณ์กัน
เพื่อสัมพันธ์กับชื่อที่ลือมา
ได้ไปพบคนเฒ่าคราวกับทวด
แกอ้างอวดความจำขำหนักหนา
ว่าคนแก่คนเฒ่าเล่ากันมา
เป็นเวลาไม่น้อย 500 ปี
ว่าแต่ก่อนเป็นปากน้ำชื่อปากปลา
แต่เนื้อหาไม่เห็นเป็นสักขี
เพราะแม่น้ำปากประสายหนึ่งนี้
อุดมดีด้วยปลานานาพันธุ์
มีปลาช่อน ปลาดุก ปลาชะโด
ทั้งปลาโม่ปลาสวายมีหลายหลัน
ปลากะพงตุมพรมขี้ขมกัน
ปลาลำพันค่างโค่ปลาโลมา
ปลากะแบนปลาฉนากมากมายชื่อ
ทั้งปลาตือปลาทกปลาขยา
สุดจะแสร้งเสกสรรมาพรรณา
เพราะแม่น้ำปากประปลามากมาย
จระเข้มีอยู่เที่ยวดุดัน
เพราะหนังมันไม่มีค่าราคาขาย
พอหนังเข้มีค่าคนฆ่าตาย
เอาหนังขายจึงไม่มีที่ในคลอง
พ่อทวดตาขุนดำสำคัญหลาย
เที่ยวขับไล่โรมรันฝันผยอง
เพื่อลูกหลานที่อยู่ใกล้แถวชายคลอง
โดยไม่ต้องกลัวร้ายในวารี
แกเล่าว่าแต่ก่อนนี้มีป่าใหญ่
ไม่มีใครทำลายให้ป่นปี้
มีไม้เตียวไม้แรกไม้หว้าหินมี
ทั้งไม้หยีโอว้าพังล่ะปน
มีไม้เคียนไม้แคและไม้กระท่อมนา
ไม้ตำเสาตำสระหว้ากินผล
หลายพันธุ์ไม้พฤกษางอกปะปน
เหลือนุสนที่เล่ากล่าวให้ฟัง
ย่านเถาวัลย์หลายพันธุ์ที่ตัดใช้
ทั้งย่านหวายอุดมแสนสมหวัง
เป็นป่าเขียวแห่งหนึ่งน่าซึ้งจัง
ตลอดทั้งสองฝ่ายหม้ายบ้านคน
เต็มไปด้วยสัตว์เถื่อนออกเกลื่อนป่า
นกกระสานกบัวหัวไม่ขน
ทั้งนกทูงโทงกระเรียนบินเวียนวน
ทำรังตนปลายไม้มากมายมี
นกตะเภานกคาบแคนนกอีโก้ง
นกเค้าแมวทำโพลงต้นพฤกษี
ถึงฤดูออกลูกแต่ละปี
ร้องอึ่งมี่โฉฉาวเหมือนเข้างาน
มีทั้งฝูงค้างคาวเสียงกราวเกรียว
กินลูกเตียวในป่าเป็นอาหาร
มีทั้งนกอี้ลุ้มลุ้มหัวล้าน
โฉงหัวขวานยางปากขอแฝกคอยาว
มีนกหวาดนกรุ้งตัวร้ายนัก
บินไปไหนนกทักกันโฉฉาว
หลายพันธุ์นกสุดที่จะบอกกล่าว
สัตว์สี่เท้ามากมายมีหลายพันธุ์
ทั้งลิงค่างกวางหมูอยู่หลายสัตว์
สาระพัดไม่ใช่แกล้งแสร้งเสกสรร
มีเสือช้างกวางป่าปะปนกัน
ทั้งควายพันธุ์ดุร้ายไล่ขวิดคน
ถึงฤดูน้ำนองทุ่งท้องอ่าว
ไม่มีใครจะเข้าไปหาผล
เพราะกลัวช้างกลัวควายทำร้ายตน
ตามนุสนที่เล่ากล่าวกันมา
จะขอเล่าทวนทบหลบไปหลัง
เรื่องปากประนี้ยังเป็นปัญหา
คนแต่ก่อนเรียกปากประว่าปากปลา
เพราะชาวเหนือเขามาหาปลากิน
เนื่องจากปลาชุกชุมในลุ่มน้ำ
พยายามจากบ้านสถานถิ่น
ชาวเขาปู่เขาย่ามาหากิน
จะกลับถิ่นไม่ทันบ้างต้องค้างคืน
ที่อยู่ไกลพี่น้องต้องเตรียมการ
ทั้งข้าวสารอาหารแห้งสุดแข็งขืน
ปลูกขะหนำพักผ่อนนอนค้างคืน
รุ่งขึ้นตื่นออกมาหาต่อไป
บางคนหาผลไม้ติดมือมา
ทั้งตอเนียงลูกประที่หาได้
กินไม่สิ้นทิ้งราดเกลื่อกราดไว้
ไปสนใจเรื่องปลามากกว่ากัน
อยู่เช่นนี้ไม่น้อยเป็นร้อยปี
ทั้งฝูงชนในที่ก็แปลผัน
ต่างคนลงความเห็นเป็นสำคัญ
จึงชวนกันตั้งบ้านย่านริมคลอง
ผู้ที่มาหาปลาพลอยอาศัย
ต่างมีใจรักใคร่ไม่ขัดข้อง
รวมสัมพันธ์ไมตรีเหมือนพี่น้อง
บ้างปรองดองลูกหลานแต่งงานกัน
จนหลายวันหลายบรรพบุรุษ
ไม่สิ้นสุดส่งเสริมเพิ่มสร้างสรร
มาวันหนึ่งชุมนุมประชุมกัน
เรื่องสำคัญปากปลาว่าอย่างไร
บางคนว่าที่นี้มีปลามาก
เนื่องมาจากผู้หาอย่าสงสัย
จึงเรียกว่าปากปลามาแต่ไร
คนมาไปไม่เห็นเป็นของจริง
ชายคนหนึ่งนั่งเฉยเอ่ยขึ้นมา
มีต้นประงอกอยู่ชายตลิ่ง
ต้นใหญ่โตโอฬารทั้งก้านกิ่ง
ชนชายหญิงหยุดพักพำนักกาย
นั่งรอเร้าคร่าวเรือจะข้ามฝั่ง
เข้าไปนั่งใต้ต้นประดังว่าหาย
ควรเปลี่ยนปลาเป็นประอย่างง่ายดาย
คนทั้งหลายลงเห็นเป็นสำคัญ
จึงเรียกว่าแม่น้ำบ้านปากประ
คนที่มาเห็นจริงทุกสิ่งสรร
เพราะต้นประที่เล่ากล่าวมานั้น
คนเอากันมากินไม่สิ้นไป
จึงได้ทิ้งเอาไว้มันได้งอก
ตามคำบอกเล่าแจ้งแถลงไข
เป็นความจริงสิ่งที่ผ่านมานานไกล
จนถึงในปัจจุบันเรียกกันมา
แม่น้ำนี้พี่น้องก็คงทราบ
ไหลลงสู่ทะเลสาปเมืองสงขลา
มีเรือเล็กเรือใหญ่เดินไปมา
เพื่อขนถ่ายสินค้าตามท่าเรือ
ที่เกาะยอปากรอปากพะยูน
ที่มีศูนย์การค้าทางฝ่ายเหนือ
ทั้งระโนดลำปำนำจายเจือ
ยังมีเหลือเข้าปากประและท่าเภา
ต้องผ่านด่านตรวจเรือนำสินค้า
ที่ได้มาตั้งอยู่เป็นหมู่เหล่า
ตั้งขุนน่านฤทธิรัตน์ด่านท่าเภา
ตามสำเนาที่เล่ากล่าวกันมา
ตามประวัติที่เล่ากล่าวมานี้
นานกว้าห้าร้อยปีวันนี้หนา
ขอสรุปประวัติจัดเล่ามา
หากผิดพลั้งหลังหน้าให้อภัย
 ขอขอบคุณ : ด.ต.สนั่น เลื่อนแป้น ผู้ประพันธ์

กลับสู่หน้าหลัก