นิราศพัทลุง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิม มากนวล
*
อาจารย์ประจำสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จ
(แต่งลงในนิราศเมืองไทยภาคใต้ ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ)
จำเรียงคำจำพรากจากเมืองหลวง
ทุกข์เพราะจากพรากรักแสนหนักทรวง
จำจากดวงหทัยน้ำใจงาม
โดยรถด่วนกระบวนใต้บัตเตอร์เวิร์ต
สู่บ้านเกิดพัทลุงรุ่งสยาม
เมืองคนดีคนด้นจนลือนาม
นิคมคามศิลปินดังหนังโนรา
เพียงข้ามคืนตื่นนอนตอนฟ้าสาง
เห็นรางรางเขาอกทะลุตอนอุษา
รถชะลอพอเทียบชานชาลา
พสุธารุ่งเรืองเมืองมารดร

เขาอกทะลุยืนเด่นเป็นสง่า
ใช้เป็นตราจังหวัดอนุสรณ์
สัญลักษณ์รักกูลเกื้อเอื้ออาทร
จิตนิวรณ์รักสามเส้ารวดร้าวทรวง
ชายหนึ่งคือนายเมืองแสนเปรื่องปราด
พิศวาสนางศิลาภรรยาหลวง
มีธิดาชื่อยี่สุ่นอุ่นแดดวง
แต่รักหวงนางบุปผาภรรยารอง
มีบุตรชายชื่อ ชังกั้ง สมดังชื่อ
ทั้งดึงดื้อวาจาท่าผยอง
แต่พ่อแม่รักใคร่ใฝ่ปรองดอง
ครอบครัวครองสุขศานติ์มานานปี

จนนายเมืองไปค้าช้างต่างจังหวัด
ยี่สุ่นจัดค้าสำเภาเนาวิถี
ทิ้งศิลาบุปผาหลายราตรี
ชังกั้งดีแต่เที่ยวไม่เกี่ยวใคร
สองน้อยหลวงทะเลาะกันขั้นรุนแรง
บุปผาแทงอกทะลุสู่ตักษัย
ศิลาตีด้วย ตรน จนบรรลัย
มลายไปกลายเป็นหินคู่ดินแดน
เมียหลวงตายกลายเป็นเขาอกทะลุ
ฝ่ายอนุเขาหัวแตกช่างแปลกแสน
สามีคือเขาเมืองกระเดื้องแคว้น
ยี่สุ่นแค้นตรอมใจตายทำลายชนม์
กลายเป็นเขาคล้ายลำสำเภาค้า
คงคู่หล้าแนวไพรเขาชัยสน
นายชังกั้งคือเขากังยังยินยล
สืบยุบลคน จังกั้ง ดังตำนาน

ลงรถไฟใฝ่หามัคคุเทศก์
สมดังเจตน์เชษฐามาสืบสาน
เป็นสารถีชี้ทางพลางรายงาน
ทั้งนิทานคติชนน่าสนใจ
พัทลุงรุ่งเรืองเมืองนักรบ
เคยสมทบรบรุกทุกสมัย
มีช้างเผือกประโคนปักเป็นหลักชัย
คือนามนัยพัทลุงแสนรุ่งเรือง
คำตะลุงคือหลักปักล่ามช้าง
มีชื่ออ้างนางเลือดขาวตามราวเรื่อง
แม่กองส่งส่วยช้างไปต่างเมือง
งามประเทืองพังพลายหลากหลายพันธ์

จากสถานีรถไฟไปชมถ้ำ
ช่างงามล้ำจับตาคูหาสวรรค์
พระปรมาภิไธยเห็นเด่นสำคัญ
จารบนชั้นศิลาพาระเมียร
มองคีรีที่หน้าถ้ำล้ำประหลาด
เงื้อมผงาดหัวกระบือคือพระเศียร
ของทรพีมีเค้าเรื่องรามเกียรติ์
ผ่านจำเนียรเล่าไว้ผูกใจชน
นางกุรำคลอดทรพีที่ในถ้ำ
แล้วย่างย้ำทรพาฝ่าไพรสณฑ์
ถ้ำนางคลอดโล่งตลอดทอดถกล
เขตตำบลนามขนานว่าบ้านพี
ลูกทรพีแค้นจัดวัดรอยพ่อ
กรรมเกิดก่อผิดขนบลบศักดิ์ศรี
เที่ยวท้ารบบ้านท่ารบตามคดี
ถูกพาลีเข่นฆ่าพิราลัย

ออกจากวัดลัดมายังราเมศร์
คอยสังเกตุสักการะพระองค์ใหญ่
ขอพรพระให้มีโชคปราศโรคภัย
ตามนามในพระนิรโรคันตราย
ขออานุภาพพุทธธรรมค้ำจุนโลก
มาดับโศกดับกิเลสเภทภัยหาย
ทำความดีมีวินัยทั้งใจกาย
ชนหญิงชายสุขสันต์นิรันดร
ถึงสามแยกท่ามิหรำด้วยสำนึก
น้อมรำลึกอนุสาวรีย์ศรีนุสรณ์
พระยาทุกขราษฎร์หายคลายอาทร
เมื่อครารอนศึกพม่ามาเก้าทัพ
ปลุกใจราษฎร์ให้อาจหาญทำการยุทธ
แจกตะกรุดผ้ายันต์กันเสร็จสรรพ
นายกองเกงหวุ่นเมงยีถูกตียับ
ต้องยกกลับพม่าล่าถอยไป

ถึงเขาปู่เขาย่าช่างน่าคิด
พรหมลิขิตทุกสิ่งล้วนยิ่งใหญ่
แม้แต่เขาเป็นปู่ย่าเหนือกว่าใคร
ตั้งชื่อให้เขาปู่ย่าน่าชื่นชม
เมื่อก่อนปู่คู่กับย่าไม่หน้าแปลก
เป็นคู่แรกของเขตคามงามเหมาะสม
มีบุตรชายและธิดาห้าคารม
ต่างลิ้มลมสามภาษามารดาเดียว
คือไทยจีนแขกช่างแปลกแท้
ทั้งพ่อแม่กลุ้มใจไม่แลเหลียว
จึงหนีไปไกลบ้านนานมากเชียว
ลูกเปล่าเปลี่ยวเที่ยวตามหามาแรมปี
แม้พูดกันไม่รู้เรื่องขุ่นเคืองจิต
สายโลหิตยังรักใคร่ไม่หน่ายหนี
เมื่อทั้งห้าดับดิ้นสิ้นชีวี
เป็นคีรีคู่เขตขัณฑ์ศรีบรรพต
คือเขาปู่เขาย่าเขาป้าแหร้
มิไกลแค่ตามชะตาฟ้ากำหนด
เขาป้าเจ้เขาเมืองเรื่องรันทด
เขาทั้งหมดชื่อตามนามบุตรธิดา
อีกเขาหนึ่งนามว่าพญาโฮ้ง
คงปลอดโปร่งเมื่อปลดปลงอยู่กงหรา
เป็นตำนานนานเนาเขาเล่ามา
ภูมิปัญญาบรรเจิดชวนเพลิดเพลิน

ถึงตำบลดอนทรายหมายเรียนรู้
บรมครูพุ่มเทวาน่าสรรเสริญ
พัฒนาศิลป์ไทยให้เจริญ
ใครจะเกินพุ่มเทวาด้านชาตรี
รำแม่บทแบบโนราท่าสิบสอง
ช่างแคล่วคล่องดังเทวาชูราศี
รำถวายพระรามาธิบดี
ประทานที่ขุนอุปถัมภ์นรากร
บทกาดครูโนรามีค่าล้ำ
เป็นลำนำพุ่มเทวาอนุสรณ์
มโนราห์คงคู่หล้าสถาพร
นิรันดรชนเชิดชูครูโนรา

ถึงป่าพะยอมกลิ่นหอมหวน
นึกทบทวนถึงกวีศรีภาษา
กวีชาวบ้านท่านได้สมญา
ชาวประชาย่อมรู้ครูสีนวล
แต่งสุราวิวาทนักปราชญ์วิจารณ์
มีโวหารคมคายคล้ายกำสรวล
ทั้งนิราศเกาะใหญ่อาลัยครวญ
อีกกระบวนเพลงบอกเคยออกงาน
ถึงอำเภอควนขนุนอบอุ่นจิต
พระศักดิ์สิทธิ์สถาปัตย์วัดวิหาร
หลวงพ่อนำ ดอนศาลาเกจิอาจารย์
อีกพ่อท่านวัดเขาอ้อ คนพอใจ
พระนักเทศน์ชั้นนำล้วนล้ำเลิศ
แสนประเสริฐ ท่านปัญญา น่าเลื่อมใส
สืบแทนท่านพุทธทาสปราชญ์เมืองไทย
เคร่งวินัยวิสัยทัศน์น่าศรัทธา

มาถึงบ้านสนทราราชาหนัง
มีชื่อดังกลอนเสนาะเพราะหนักหนา
คือ หนังแคล้วเสียงทอง ของประชา
มีลีลากลอนคมคารมดี
ถึงอุทยานนกน้ำทะเลน้อย
นกนับร้อยน่ารักพันธุ์ปักษี
บ้างโผผินบินโฉบปลาในวารี
บ้างจิกตีล้อหลอกเย้าหยอกกัน
เห็นโกสุมปทุมาสัตตบุษย์
ทั้งโกมุทจงกลนีต่างสีสัน
สะพานไม้ทอดเดินเพลิดเพลินครัน
ชนชวนกันสู่ศาลาน่าสบาย
บ้างลงเรือดูวิหคนกในน้ำ
ช่างงามล้ำนกบินว่อนเมื่อตอนสาย
บ้างมองหาของฝากมีมากมาย
วางเรียงรายแม่ค้าตั้งตาคอย
ทั้งกระเป๋ากระเช้าสานและพานหมาก
มีหลายหลากหมวกเสื่อเพื่อใช้สอย
จากกระจูดช่างคิดประดิดประดอย
ลวดลายลอยนูนเด่นเห็นฝีมือ

จากทะเลน้อยค่อยเลียบตามชายน้ำ
สู่ลำปำหาดแสนสุขทุกข์ได้หรือ
หาดทรายขาวราวคำเขาร่ำลือ
เสียดายชื่อไม่ดังยังแปลกใจ
ถึงวัดเขียนบางแก้วแล้วเคารพ
นอบน้อมพบเจ็ดองค์พระน่าเลื่อมใส
ทำด้วยหินทรายแดงอันแกร่งไกร
แต่เหตุใดเรียกพระคุลา พาชอบกล
คำคุลา แปลว่าชาวทมิฬ
จากแดนดินลังกาน่าฉงน
รูปทรงแบบอโยธยาช่างน่ายล
ประชาชนศรัทธาทั่วธานี
ถึงบ่อน้ำร้อนธารน้ำเย็นเห็นประหลาด
ใสสะอาดดื่มได้ไร้กลิ่นสี
ต้มไข่สุกเดือดพร่าห้านาที
ผู้ใดมีโรคภัยไปอาบกิน
ช่างประหลาดธาตุใดให้น้ำร้อน
ไร้ไฟฟอนจากแหล่งในแอ่งหิน
ไม่รู้หมดลดน้อยค่อยไหลริน
เป็นอาจิณสายน้ำไหลไม่กลับมา

อำเภอหนึ่งพึ่งเกิดใหม่ใช้ชื่อแปลก
คล้ายชื่อแขกหรือทมิฬถิ่นกงหรา
มีความหมายเรือแตกลงลอยคงคา
คือคำว่า กงลอยร่า น่าสนใจ
แล้วตัดคำให้สั้นลงเหลือ กงร่า
เป็น กงหรา กลายเสียงสำเนียงใส
การกลายเป็นเสียงทางภาษาน่าวิจัย
นิทานไม่อยากเล่ากลัวยาวนาน

ถึง ตะโหมด โปรดคะนึงถึง คะนัง
เข้าสู่วังเงาะป่าน่าสงสาร
มหาดเล็กในพระองค์ทรงโปรดปราน
พระราชทานสร้างสรรค์วรรณคดี
ถิ่น ตะโหมด โขดสวยรวยน้ำตก
เสียงวิหคธารไหลไผ่เสียดสี
ธรรมชาติบรรเลงเพลงดนตรี
ทิพย์วารีสดใสในอารัญ
ที่ไร่เหนือ สวยล้ำเกินคำคุย
ลานหม่อมจุ้ย ธารใสในไพรสัณฑ์
อีก บ้านโตน กระโจนปลิวลิ่วลาวัณย์
ราวสวรรค์บนดินถิ่น เขาคราม
ใกล้เขาครามมีถ้ำ สุมะโน
แสนสุโขสงบเกินภพสาม
พัทลุงรุ่งเรืองเมืองคนงาม
สมดังนาม ด้นแต่ดี มีน้ำใจ
ไปครั้งนี้ไม่มีแม้ของฝาก
มีแต่ปากกับดวงจิตพิสมัย
ฝากข้อคิดยอดพธูคู่หทัย
อยู่แดนใดอย่าไปลับกลับลำเนา
เมื่อ วันตรุษ วันสารท นิราศกรุง
กลับพัทลุงเยี่ยมญาติยายให้หายเหงา
ที่ไหนไหนไม่สำราญเหมือนบ้านเรา
กลับถิ่นเก่าบ้านเกิดประเสริฐเอย

อธิบายศัพท์
บัตเตอร์เวิร์ต ชื่อเมืองและชื่อสถานีรถไฟในมาเลเซีย
ด้น หมายถึง ดุ
ชังกั้ง หมายถึง ดื้อ ทะลึ่งตึงตัง เกกมะเหรก
ตรน หมายถึง กระสวย ส่วนหนึ่งของหูก หรือเครื่องมือทอผ้า
ประโคน หมายถึง เสาหลักที่ปักหมายเขตแดน
ตะลุง หมายถึง เสาประโคนสำหรับผูกช้าง มหรสพอย่างหนึ่งคือหนังตะลุง
นางเลือดขาว คือ ภรรยาพระยากุมารเจ้าเมือง พัทลุงและเป็นแม่กองส่งส่วยช้าง
นางกุรำ คือ นางนิลาในเรื่องรามเกียรติ์
เพลงบอก คือ เพลงพื้นเมืองปักษ์ใต้ มีแม่เพลงและลูกคู่คอยรับขับเป็นคำกลอน
พระคุลา คือ พระเจ็ดองค์ที่วัดเขียนบางแก้ว คำว่า คุลา หมายถึง ชาวทมิฬ

 ขอขอบคุณ : พลอย ชมพูพัท เอื้อเฟื้อข้อมูล

กลับสู่หน้าหลัก