เข้าพรรษากลับมาหาตัวเอง
โดย ดร.พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ

    การเข้าพรรษา เป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา ที่พระสงฆ์ทั้งปวงจะถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นั้นก็คือ พระสงฆ์ทุกรูปเมื่อถึงฤดูกาลเข้าพรรษา จะต้องเข้าพรรษาเท่านั้น ไม่มีข้อยกเว้น นอกจากจำเป็นจริงๆ จึงเลื่อนไปเข้าพรรษาหลังได้ โดยล่าไปอีกหนึ่งเดือน
ชาวพุทธนับวันเข้าพรรษา ตามปฏิทินจันทรคติ คือนับเอาข้างขึ้นข้างแรมเป็นหลัก วันเข้าพรรษาจึงตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือนแปด และวันออกพรรษาก็จะเป็นวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 อย่างนี้ตายตัวทุกปี ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับวันเวลาที่ใช้กันตามปฏิทินทั่วไป
    ตำนานเดิมของวันเข้าพรรษากล่าวว่า เมื่อถึงฤดูกาลนี้ ในแถบเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศอินเดียอันเป็นแหล่งกำเนิดของพระพุทธศาสนา ฝนจะตกชุกมาก การเดินทางสัญจรไปมาตามที่ต่างๆ ยากลำบากมากเพราะผู้เดินทางต้องเปียกฝนและลุยโคลนไปบนเส้นทางที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนที่คึงขัง
    กองเกวียนใหญ่ๆ ที่บรรทุกสินค้าไปค้าขายตามเมืองต่างๆ ก็จะพากันหยุดการเดินทางชั่วคราวเพื่อให้ฤดูฝนผ่านพ้นไปเสียก่อนแล้วจึงเดินทางต่อไป
    พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นความจริงข้อนี้ ทรงมีพระกรุณาต่อพระสงฆ์ที่จะต้องเดินทางจาริกไปตามที่ต่างๆ ท่ามกลางสายฝนและถนนที่เต็มไปด้วยโคลนตมเปียกแฉะลื่นล้มได้ง่าย กลางคืนต้องพักตามโคนไม้ซึ่งต้องเสี่ยงอันตรายจากสัตว์ร้าย และความหนาวเหน็บอันเป็นสาเหตุให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย จึงทรงมีพระบรมพุทธานุญาตว่า ให้พระสงฆ์อยู่จำพรรษา หรือแปลง่ายๆ ว่า หลบฝน เป็นเวลาสามเดือน ระยะเวลาที่พระสงฆ์จำพรรษาสามเดือนเพื่อรอให้ฤดูฝนผ่านพ้นไปนั้น พระสงฆ์ทำอะไรกันบ้าง
    เมื่อพระสงฆ์พักอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งรวมตัวกันเป็นเวลาสามเดือน พระสงฆ์ก็ร่วมกันศึกษาปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษกว่า ที่เคยกระทำมา หลายๆ ท่านบำเพ็ญเพียรจนได้มรรคผลเบื้องสูงสิ้นกิเลสาสวะในฤดูกาลดังกล่าว
    อุบาสกอุบาสิกา ซึ่งไม่ค่อยจะมีโอกาสได้พบพระสงฆ์ในช่วงเวลาธรรมดา เพราะพระสงฆ์ในสมัยโบราณจะไม่สร้างวัด เพื่อพักอยู่เป็นประจำ จะพักเฉพาะช่วงพรรษาเท่านั้น ก็จะได้พบพระสงฆ์และสมาทานศีลห้าศีลแปดเจริญภาวนาร่วมกับพระสงฆ์เพื่อชำระสะสางจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นพิเศษ     อุบาสกอุบาสิกาหลายท่านได้บรรลุธรรมขั้นสูงในฤดูกาลเข้าพรรษาเช่นนี้
    ฤดูกาลเข้าพรรษาจึงเป็นฤดูกาลที่พระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาพากันปฏิบัติธรรมเป็นพิเศษ เพื่อยกระดับจิตให้สูงขึ้นเป็นพิเศษ การได้ลิ้มรสความสงบที่เพิ่มมากขึ้นจนสัมผัสได้แท้จริงนั้นแหละจะเป็นอานิสงส์ของการอยู่จำพรรษา
    มาพิจารณากันว่า กาลเวลา ผ่านไปสองพันกว่าปี ทุกวันนี้แม้ในประเทศแถบเอเชียในฤดูกาลนี้ยังจะมีฝนตกชุกอยู่เหมือนเดิม แต่ถนนหนทางได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว สภาพความเป็นอยู่ของพระสงฆ์และประชาชนก็เปลี่ยนแปลงไป กองเกวียนที่ทำการค้าระหว่างเมืองไม่มีอีกแล้ว เปลี่ยนมาเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถไฟ เครื่องบินเข้ามาแทนที่ พระสงฆ์ยังมีความจำเป็นต้องเข้าจำพรรษาหรือไม่ เพื่อรักษาพระธรรมวินัยและประเพณีอันดีงามของคณะสงฆ์
    พระสงฆ์ยังมีความจำเป็นต้องจำพรรษา เพราะสาระสำคัญของการเข้าพรรษาที่มีความหมายต่อพุทธศาสนิกชนมิได้มีอยู่เพราะเรื่อง ดินฟ้าอากาศภายนอก แต่สาระสำคัญของการอยู่จำพรรษา อยู่ที่การได้ฝึกฝนตนเองเป็นพิเศษ ภารกิจหลักสองประการที่พระสงฆ์จะต้องกระทำเพื่อการฝึกฝนพัฒนาตนเอง คือ การเจริญสมถะ ให้จิตสงบ
    การเจริญวิปัสสนา ให้จิตรู้แจ้ง กายจิต ชีวิตและสรรพสิ่ง ว่าเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างละเอียด จนไม่มีอะไรน่ายึดถือว่าเป็นตัวตนหรือเป็นของของตน แต่ทุกสิ่งเป็นของธรรมชาติกำลังดำเนินไปตามกฎของธรรมชาติเท่านั้น
    สรุปธุระสำคัญของพระสงฆ์ที่เป็นสารัตถะสำคัญก็คือ การทำความสงบ และรู้แจ้งให้แก่ตนเอง และแบ่งปันให้พุทธศาสนิกชนตามที่เห็นสมควร
จึงจำเป็นที่พระสงฆ์จะต้องเข้าจำพรรษาเพื่อภาวนาให้เกิดความสงบและรู้แจ้งมากกว่าวันเวลาธรรมดา บวชหลายพรรษา ความสงบและความรู้แจ้งต้องเพิ่มขึ้นตามลำดับ ถ้าหากบวชแล้ว มิได้นำพาการภาวนาทั้งสมถะและวิปัสสนาแล้ว ไฟนรกก็จะเผาไหม้ตายคาสบงจีวร ดังที่เป็นข่าวให้เห็นบ่อยๆ นั้นแหละเป็นปรากฏการณ์ปราบมารศาสนาของกฎธรรมชาติละ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ทะเลจะซัดขยะและซากศพขึ้นฝั่งฉันใด กิเลสก็จะเผาใจขับไล่ไสส่งพระสงฆ์ที่ไม่ปฏิบัติตนตามพระธรรมวินัย เป็นคนเน่าใน ออกไปจากพระธรรมวินัยฉันนั้น ฆราวาสผู้ครองเรือน มีครอบครัวจะมีส่วนร่วมในการปฏิบัติธรรมและได้รับอานิสงส์ของการเข้าพรรษาหรือไม่ คำตอบก็คือ มีส่วนร่วมอย่างแน่นอนจะปฏิบัติอย่างไร
    วิธีปฏิบัติก็ปฏิบัติไปตามสติกำลัง ความสามารถและเวลาที่มีอยู่ เช่นหากมีเวลาน้อยก็เริ่มด้วยสวดมนต์บทสั้นๆ ก่อนเข้านอน เพื่อนำใจที่ท่องเที่ยวไปกับภารกิจการงานประจำวันให้กลับคืนมาหากาย มาพักผ่อนพร้อมกับกาย หากเคยเจริญภาวนามาบ้างแล้ว ก็ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ฝึกฝนเพิ่มเติมเป็นพิเศษ
    คำว่า เวลาว่างไม่ต้องทิ้งงาน แต่ว่างจากงานเมื่อไร ควรแบ่งอาหารให้ใจบ้าง อาหารใจที่ดีที่สุดก็คือ ความสงบ การได้พักผ่อนใจไม่ปรุงแต่ง
หรือหากมีเวลาว่างมากๆ เคยไปวัดไหนแล้วคุยกับพระสงฆ์รูปใดถูกอัธยาศัย ได้ความสงบ ได้ความสบายใจ ผ่อนคลาย ก็หมั่นไปเยี่ยมเยือนสนทนากันเท่าที่เวลาจะมี เข้าพรรษามาดูใจกันเป็นพิเศษ ดูแลเอาใจใส่ครอบครัวคู่ชีวิตเป็นพิเศษ ใช้จ่ายประหยัดเป็นพิเศษ งดเว้นอบายมุขทุกประเภทอย่างเฉียบขาด ยิ้มให้มากกว่าเวลาปกติ เพราะยิ้มหนึ่งครั้งเก็บความสงบสุขไว้หนึ่งครั้ง ถ้ายิ้มหลายครั้งความสุขก็เพิ่มขึ้นและถูกเก็บตุนไว้ พอเก็บไว้มากๆ จนชิน จะมีความสุขจนชินชนิดทุกข์ไม่เป็น เทศกาลเข้าพรรษาจึงเป็นเทศกาลแห่งการสร้างความสุข
    สาระสำคัญแห่งการเข้าพรรษาที่แท้ ที่พุทธศาสนิกชนทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาสพึงตระหนักและรักษาก็คือ การฝึกฝนจิตใจให้ห่างไกลกิเลสห่างทุกข์ พบความสุขแท้ที่กลางใจของทุกคน ขอให้เทศกาลเข้าพรรษา เป็นเทศกาลอำลาความเครียดและเดินเข้าสู่ความสงบผ่อนคลายกันทั่วหน้า

ขอกราบนมัสการขอบคุณ
พระมหาธวัชชัย คุณากโร (เกื้อเกตุ) วัดอตัมมยตาราม ตั้งอยู่ ณ เมืองวูดดิลวิลล์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา
เอื้อเฟื้อข้อมูล

กลับสู่หน้าหลัก