การทำโพน


    การทำโพนเป็นการนำเอาไม้ทั้งต้นมาขุดเจาะให้มีลักษณะกลมกลวงเป็นอกไก่ โดยใช้ไม้เนื้ออ่อนที่นิยมกันมากมีไม้ขนุนป่า ไม้ตาลโตนด หรือไม้จำปาปีก ซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองที่เชื่อว่าทำให้โพนมีเสียงดังดี

    เครื่องมือที่ใช้ในการขุดหน่วยโพน มีขวาน สิ่ว ปิ้ง ขวานถาก สิ่งกระทุ้งและไม้แบบที่ตัดแต่งเป็นรูปโค้งตามความเหมาะสมกับขนาดของโพน โดยมีสัดส่วนความกว้างของหน้าโพนจะยาวเท่ากับความยาวของหน่วยโพนตั้งแต่ช่วงระหว่างลูกสักของหน้าโพนทั้งสองหน้า เมื่อขุดเจาะไม้เป็นหน่วยโพนกลวงมีขอบขันและอกไก่ตามต้องการ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะพอดีกับเสียงที่ช่างมีประสบการณ์โดยไม่มีสัดส่วนสำเร็จรูป เมื่อขุดเจาเสร็จแล้วนำหน่วยโพนนั้นมาวางบนหมอนรองโพน ซึ่งมีพื้นที่กว้างกว่าหน้าโพน อาจจะเป็นแผ่นไม้หรือตีไม้เป็นกากบาท วางอยู่ในตำแหน่งตรงกลางของลานแม่ไฟ ซึ่งเป็นแผงหรือผังไม้สี่เหลี่ยมจตุรัสที่เป็นตัวใช้ยึดคันเบ็ดในการดึงรั้งการขึงหนัง หนังสัตว์ที่นิยมนำมาหุ้มโพนนั้น นิยมใช้หนังควายแก่ เพราะมีความเหนียว ทนทานและหนา และจะต้องเป็นหนังสดไม่นำหนังที่ฆ่าแล้วมาหุ้มหน้าโพนด้วยการแทงไม้กลัดกับชายหนังเพื่อเกี่ยวหูซองแช่เกลือ นำมาขึงแผงตากให้แห้งแล้วนำมาฆ่า โดยนำมาแช่น้ำที่ผสมกับหยวกกล้วย ลูกมะเฟืองเหลี่ยม ตะไคร้ แช่หมักไว้หนึ่งคืน แล้วนำมาฆ่าโดยการตีด้วยฆ้อนไม้ที่ทำด้วยไม้กระถินณรงค์ด้ามหวาย ตีจนหนังยึดตัวเต็มที่แล้วนำไปหุ้มโพน การตีฆ่าหนังจะต้องตีกันไปเรื่อย ๆ จนตึงและดังดีพร้อมกับชโลมหนังด้วยเนื้อมะพร้าวกะทิ เพื่อให้น้ำกะทิกัดหน้งและทำให้หนังมีเนื้อเป็นมันใส เสียงดีพร้อมกับกัดให้ขนและผิวสีหนังลอกออกจนเป็นสีขาวสวยตามต้องการ ขณะตีหนังจะต้องชโลมหนังกับมะพร้าวกะทิทิ้งไว้เป็นแรมคืน จนกว่าจะได้หน้าโพนที่เสียงดี


    ก่อนที่จะหุ้มหน้าโพนจะต้องเจาะรูลูกสักให้ห่างจากขอบขันลงมา ให้ได้ขนาดความยาวระหว่างแนวลูกสักทั้งสองหน้าโพน ได้ความยาวเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางหน้าโพนให้เสร็จเรียบร้อยก่อนนำหนังมาหุ้มหน้าโพน แล้วจึงใช้ไม้กลัดที่เหลาจากไม้ไผ่ให้แหลมมาแทงชายหนัง เพื่อใช้เป็นที่ยึดจับหูชองให้รอบผืนหนัง เกี่ยวหูชองด้วยเชือกที่มีความแข็งแรงรอบหน่วยโพนแล้วใช้ไม้คันเบ็ดที่มีความยาว และมีความแข็งแรงทนทานในการรับน้ำหนักแรงดึงสอดใส่ในหูชอง ปลายไม้คันเบ็ดด้านหนึ่งเลยเข้าไปสอดขัดกับหมอนรองโพน ส่วนปลายไม้คันเบ็ดอีกด้านหนึ่งใช้เชือกผูกดึงไว้กับไม้ลานแม่ไฟ แล้วตีหนังให้ยึดตึงสลับกับดึงคันเบ็ดลงมาเรื่อง ๆ จนหนังตึงได้ขนาดเสียงที่ดังไพเราะพอดี


    เมื่อหนังตึงเสียงดีแล้ว นำไม้ลูกสักซึ่งเหลาเป็นเดือยแหลม หัวมนด้วยไม้เนื้อแข็ง ตอกยึดหนังกับหน่วยโพนตามรูที่เจาะไว้แล้วจนรอบ แล้วจึงใช้หวายมาขัดเป็นปลอกลายหางเลนรัดหนังกับหน่วยโพนใต้แนวลูกสักอีกที เป็นการเสร็จสิ้นการหุ้มหนังโพนหนึ่งหน้า อีกหน้าโพนก็มีขั้นตอนการหุ้มหนังเช่นเดียวกันจนได้โพนที่หุ้มหนังเสร็จทั้งสองหน้า นำโพนลงจากหมอนรองโพนใส่ขาไม้ยึดโพนให้ตั้งได้มั่นคงแข็งแรง นำมาวางไว้ในลานวัดเพื่อให้ชาวบ้านได้มาประลองเสียง และช่วยกันตีเพื่อให้หนังหน้าโพนได้ตึงและมีเสียงดังดี จนกว่าจะถึงวันลากพระ จึงนำโพนขึ้นไปไว้บนเรือพระเพื่อใช้ตีในการชักลากเรือพระ ในวันออกพรรษาตามประเพณีของท้องถิ่นชาวเมืองพัทลุง ที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ที่มีทั้งการชักลากเรือพระ การแข่งโพน และการชัดต้มเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่อกันในเทศกาลออกพรรษาของจังหวัดพัทลุง


ขอขอบคุณ พัทลุง.คอม เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพ

กลับสู่หน้าหลัก