ฆราวาสธรรม
พระมหาธวัชชัย คุณากโร (เกื้อเกตุ)

    ด้วยสภาวะการพัฒนาของสังคมโลกในปัจจุบัน ได้บั่นทอนเวลาส่วนตัวของทุกๆท่าน จนได้ยินแต่ละท่านบ่นสู่กันฟังเป็นประจำว่า ไม่ค่อยมีเวลา คนที่สุขสบายอาจจะอธิษฐาน ต้องการให้ 1 สัปดาห์มีมากกว่า 7 วัน หรือ 1 ปี มีมากกว่า 365 วัน แต่สำหรับคนที่มีความทุกข์ ผิดหวัง ท้อแท้ในชีวิต ก็บ่นว่าทำไมเวลาแต่ละวันมันนานเหลือเกิน ในยามที่เจอ พระเจ้าพระสงฆ์
แต่ละท่านบอกว่าต้องการมาวัด ต้องการปฏิบัติธรรม แต่ว่า “ไม่ค่อยมีเวลา ถ้าโยมตัดกิเลสตัณหาได้ โยมก็ต้องการจะบวช เหมือนกัน
ตอนนี้ยังหนาอยู่พอประมาณเลยยังบวชไม่ได้ จะมีธรรมะข้อใดบ้างที่จะทำให้โยมมีความรู้สึกว่า ไม่ห่างวัดไม่ห่างธรรมจนเกินไป”
    นี่คือเสียงสะท้อนของชาวพุทธที่มีใจศรัทธา และไม่ใช่แต่สังคมของชาวพุทธในปัจจุบันอย่างเดียว แม้แต่ในครั้งพุทธกาล ชาวพุทธก็เกิดความสงสัย และมีความปรารถนาหลักธรรม ที่สามารถนำไปปฏิบัติตน ให้มีความสุขได้ ในวิถีชีวิตประจำวัน
    ในครั้งพุทธกาลได้มีชาวบ้านได้ทูลถามพระพุทธองค์ว่า พวกเราทั้งหลายไม่สามารถ จะเป็นนักบวช ยังเป็นชาวบ้าน แออัดอยู่ด้วยบุตรภรรยา ประกอบอาชีพด้วยการทำนาและเลี้ยงสัตว์ ได้รับความสุขอยู่ตามประสาชาวบ้านยังต้องใช้เงินทอง ยังรักการตกแต่งด้วยเครื่องประดับอันมี ค่าดอกไม้ตามโอกาสยังลูบทาด้วยของหอมตามเนื้อตัว เพื่อเกิดความพอใจ อยู่ตามวิสัยชาวโลกทั่วไป
    ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า มีคำสอนอะไรที่จะเป็นความดีแก่พวกเราทั้งหลายเพื่อมีความสุข ทั้งในเวลานี้ และเวลาต่อไป จนกระทั้งสิ้นชีวิตแล้ว ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงได้โปรด ให้พวกเราทั้งหลาย ได้ยินได้ฟังคำสอน เหล่านั้น
เพื่อปฏิบัติตามและไดรับผลอันนั้นด้วยเถิด
    พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า “ดูก่อนทท่านทั้งหลาย มีธรรมะอยู่ 4 อย่าง ที่เราจะพึงสอนแก่ท่าน
    ข้อหนึ่ง สิ่งใดเป็นอาชีพของพวกท่าน สิ่งนั้นท่านควรขยันกระทำให้ดีที่สุดอยู่เนื่องนิจ จงเป็นผู้กระปรี้กระเปร่า และมีกำลังกายอยู่เสมอ ในการที่จะทำให้เป็นผมเต็มหน่วยในสิ่งที่ท่านทำ ไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใด ด้วยการทำอย่างนี้ ท่านจะมีทรัพย์สมบัติ และสามารถใช้ทรัพย์สมบัตินั้นไป ในทางที่ดี ประกอบการกุศลและสงเคราะห์ผู้อื่น (อุฏฐานสัมปทา)
    ข้อที่สอง ท่านต้องมีความเอาใจใส่พิเศษอย่างถูกต้อง ในการรักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้แล้ว จะไม่ใช้จ่ายให้สิ้นเปลืองไปอย่างโง่เขลา มันไม่มีประโยชน์อันใดที่จะเทน้ำลงไปในตุ่มที่มีรูรั่ว นอกจาก ความเหนื่อยเปล่า (อารักขสัมปทา)
    ข้อที่สาม ฆราวาสจักต้องเลือกเอาบุคคลที่ดีมาเป็นเพื่อน หรือเป็นผู้เกี่ยวข้องด้วย ท่านจะสามารถ จักของสกปรก โดยที่ไม่ให้มือของท่านสกปรกไปด้วยนั้นไม่ได้ เหตุนั้น พวกฆราวาสควรคบหาสมาคม แต่กับคนดี ที่ฉลาด ที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และนิยมนับถือแต่สิ่งที่ดี (กัลยาณมิตตา)
    ข้อที่สี่ ฆราวาสควรดำเนินการครองชีวิตที่เป็นไปในสายกลาง และเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เขาไม่ควรเป็นอยู่อย่างฟุ่มเฟือยเกินไป หรือ อย่างแห้งแล้งเกินไปเขาไม่ควรจะใช้จ่าย หรือให้ทานจนเกิน กว่ารายได้ของตนเองทรัพย์สมบัติของเขาก็จะไม่มีวันแห้งขอดเลย เขาจะมีทรัพย์ไว้ใช้ อย่างเป็นประโยชน์เต็มที่ และมิได้หมายความว่าเขาจะต้องสะสมมัน ไว้ซ่อนเร้น โดยไม่ใช้จ่ายอะไรให้เป็นประโยชน์เลย เขาก็จะไม่ใด้รรับประ โยชน์อะไรจากของดี (สัมมาชีวิตา)
    นี่แหละ ข้อปฏิบัติ 4 ประการ อันนำความสำเร็จเป็นอยู่อย่างผาสุกในโลกนี้ และเมื่อท่านปฏิบัติตามนี้แล้ว เราจักบอกธรรออีก 4 ประการคือ
    1.มีความเชื่อว่าการทำดีจะนำมาซึ่งผลดี การทำชั่วจะนำมาซึ่งผล ชั่ว (ศรัทธา)
    2.ประกอบกรรมดีอยู่เสมอ เว้นขาดจากการทำชั่ว เช่น การฆ่า การลักขโมย หารประพฤติผิดต่อของรักของผู้อื่น การพูดไม่จริง และการดื่ม น้ำเมา (ศีล)
    3.การฝึกตนให้เป็น คนใจกว้างขวางในการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถึงกับมีจิตใจผ่องใส ไม่ยึดถือใน ทรัพย์สมบัติชนิดโลก ๆ อย่างเหนียวแน่นเกินไป (จาคะ)
    4.การบำเพ็ญให้เกิดปัญญาในการที่จะรู้ และปฏิบัติไปตามทางอัน นะให้ถึงนิพพาน (ปัญญา) (ข้อความบางตอนจากหนังสืออินเดียน้อย)
    ข้าพเจ้าเชื่อว่าโดยทั่วไปแล้ว ชาวพุทธเคยได้ยิน หลักธรรมที่เรียกว่า ฆราวาสธรรม ธรรมะสำหรับ ผู้ครองเรือน หรือจะเรียกว่า ธรรมะสำหรับชาวบ้าน แต่โดยทั่วไปไม่ค่อยได้จดจำ ถ้าท่านต้องการทำบุญ โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย เพียงแค่ท่านจดจำ หลักธรรมสำหรับชาวบ้าน ให้ขึ้นใจ 1. อุฏฐานสัมปทา 2.อารักขสัมปทา 3. กัลยามิตตา 4. สัมมาอาชีวิตา และอีก 4 ข้อ 1. ศรัทธา 2. ศีล 3.จาคะ 4. ปัญญา และนำไปปฏิบัติ จะยิ่งเกิดผลได้ดีแก่ชีวิตของทุกท่าน
    ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลาเกือบสามปี ได้เห็นความหลากหลาย ในทุกๆ เรื่อง ถ้าเอาธรรมะของพระพุทธองค์มาตรวจสอบเทียบเคียงย่อมมีส่วนที่เป็นไป ตามที่ พระพุทธเจ้าสอนอยู่ทุกประการ จึงไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมเขา จึงเจริญรุ่งเรือง และประสบความ สำเร็จในการพัฒนาประเทศ เป็นเพราะว่าเขาทำงานหนักมาก ๆ ทำอย่างมีระบบ คนไทยในสหรัฐอเมริกา ส่วนมากจะประกอบอาชีพในการทำร้านอาหาร ไทยขนาดคนล้างจาน วันหนึ่งต้องล้างเป็น 10 ชั่วโมง หรือ บางคนทำงานหลายช๊อป วันหนึ่งต้องทำงานหนักถึง 16 ชั่วโมง แต่สิ่งหนึ่งที่ประเทศที่พัฒนาได้แล้ว ไม่สามารถชนะได้ คือทำงานแล้วเครียดทำงานแล้วยิ่งมีความทุกข์ รวยมากๆ แล้วยังปวดหัว และคงไม่แตกต่างจากคนที่ทำงานทั่วไป และสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนสังคมวัตถุนิยมได้เป็นอย่างดี บ้างคนทำงานหนักมากพอเงินเดือนออกเข้าห้างสัพสินค้า จ่ายกันมัน เข้าบ่อนกาสิโน ซึ่งในสหรัฐอเมริกา มีบ่อนคาสิโนเสรี ใครอยากจะเล่น ก็เล่นกันได้ทั้งวันทั้งคืน พวกนี้เรียกว่าไป วัดเหมือนกัน แต่ไปวัดดวง ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะเล่นการพนัน แต่ถ้าได้นำหลักธรรม ในทางพุทธศาสนาเราสามารถมีความสุขได้ ถึงแม้จะทำงานหนักเพียงใดก็ตาม ข้าพเจ้าชอบใจคำสอน ของหลวงพ่อพุทธทาส และหลวงพ่อปัญญานันทะที่ท่าน สอนไว้ว่า “งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข ทำงานให้สนุกเป็นสุขขณะทำงาน”
    คำว่า อกาลิโก แปลว่า ไม่จำกาลและเวลา นี้คือสัจจธรรม ที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนชาวพุทธ ธรรมะเป็นสัจจธรรม เป็นหลักความจริง ถ้าพูดภาษาสมัยๆ ต้องบอกว่า ทันสมัยอยู่เสมอ ไม่มีวันที่จะล้าสมัย ยิ่งถ้าใครได้นำปฏิบัติย่อมได้รับผลทันตาเห็น ยิ่งผลของความดีย่อมนำมาซึ่ง ความสุขเสมอ ขอแต่เพียงเรา ท่านอย่าได้ประมาท สนใจ ใส่ใจ นำหลักธรรมมาปฏิบัติ เพื่อเป็นอาหารใจ อย่าลืมนะท่าน เว้นจังหวะชีวิต เวลา เพื่อเข้าหาหลักธรรมคำสอนทางศาสนาบ้าง แล้วเราจะได้ลิ้มรสของพระธรรม อันหาตีค่าเป็น ราคาไม่ได้

ขอกราบนมัสการ พระมหาธวัชชัย คุณากโร (เกื้อเกตุ) e-mail : tawatchai955@hotmail.com

กลับสู่หน้าหลัก