ประวัติและผลงาน กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนรางวัลซีไรท์ปี 2539

   กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ กนกพงศ์ เกิดเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2509 ที่บ้านจันนา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นบุตรของนายวณิช นางยุพา สงสมพันธุ์ เรียนที่วัดไทรโกบ อ.ควนขนุน จนจบ ป.4 แล้วจึงไปเรียนต่อที่โรงเรียนวัดพิกุลทอง อ.เมืองพัทลุง จนจบ ป.7 จากนั้นศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนพัทลุง อ.เมืองพัทลุง จนจบ ม. 6 เอนทรานซ์เข้าเรียนต่อได้ที่คณะวิทยาการจัดการ (เอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรียนอยู่ระยะหนึ่ง และสอบเข้าศึกษาในคณะเดิม(เอกรัฐประศาสนศาสตร์) อยู่ 3 ปี จึงตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเขียนหนังสือ เขาเริ่มสนใจการอ่านวรรณกรรมมาตั้งแต่พออ่านออกเขียนได้ เพราะบิดามารดาเป็นครู และที่บ้านมีหนังสือให้เลือกอ่านได้หลายเล่ม
   
กนกพงศ์ เกิดและเติบโตขึ้นมาในยุคที่มีความขัดแย้งทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะแถบเทือกเขาบรรทัดอันเป็นถิ่นกำเนิด เป็นความขัดแย้งระหว่างกองกำลังของรัฐกับกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย(ทปท.) ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทสไทย(พคท.) เป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรง จากการปราบปรามแบบเหวี่ยงแห และ มาตรการในการกำจัดแบบตัดรากถอนโคนและการทารุณกรรมของฝ่าบรัฐบาลที่เรียกว่า "ถังแดง" และการตัดใบหูของศพเพื่อแลกกับเงินรางวัลของกองกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่เกิดขึ้นเพื่อปราบปรามผู้ที่มีความเห็นขัดแย้งกับรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะ ก่อนที่จะมีนโยบายการเมืองนำการทหารตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 สมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท ์เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องราวเหล่านี้จึงปรากฏอยู่ในงานเขียนของเขา โดยเฉพาะเรื่องสั้น "สะพานขาด" ที่ได้รับรางวัลช่อการะเกดยอดเยี่ยมจาก บรรณาธิการ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ในปี พ.ศ.2532 นอกจากนั้นยังมีเรื่อง "ยามเช้า" และ "ในห้วงน้ำกว้าง" เป็นต้น
   ผลงานด้านกวีบทแรก "ความจริงที่เป็นไป" ตีพิมพ์ใน"สยามใหม่" ขณะเรียนชั้นมัธยมต้น พ.ศ.2523 ขณะเรียนชั้นมัธยมปลาย พ.ศ.2527 เป็นสมาชิกยุคก่อตั้งของ "กลุ่มนาคร" กลุ่มทำงานด้านศิลปะวรรณกรรมอันสำคัญของภาคใต้
  
สำหรับผลงานเรื่องสั้นเรื่องแรกได้แก่ "ดุจตะวันอันเจิดจ้า" ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ เมื่อปี 2527 จากนั้นมีเรื่องสั้นตีพิมพ์ตามหน้านิตยสารสม่ำเสมอในฐานะนักเขียนที่มาแรงที่สุดในยุคนั้น
  
ปี 2531 มีผลงานร่วมเล่มลำดับแรก เป็นรวมบทกวี "ป่าน้ำค้าง" สำนักพิมพ์นาคร จากนั้นในปี 2532 ออกหนังสือรวมเรื่องสั้นชุดแรกเรื่อง "สะพานขาด" สำนักพิมพ์นกสีเหลือง ได้รับรางวัลเรื่องสั้นช่อการะเกด และคัดเลือกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น ปี พ.ศ. 2533 เรื่องสั้น "โลกใบเล็กของซัลมาน" ได้รับรางวัลเรื่องั้นช่อการะเกดอีกครั้งในปี 2539 ตามด้วยผลงานชุดที่สอง "คนใบเลี้ยงเดี่ยว" รวมเรื่องสั้นสำนักพิมพ์นกสีเหลือง ปี 2535
  
รวมเรื่องสั้นชุดที่ 3 "แผ่นดินอื่น" ของสำนักพิมพ์นาคร คว้ารางวัลซีไรท์ในปี 2539


(พิมพ์ครั้งที่ 1)
แผ่นดินอื่น (รางวัลซีไรท์ในปี 2539)

หนังสือรวมเรื่องสั้น "แผ่นดินอื่น" ประกอบด้วยเรื่องสั้น 8 เรื่อง ที่สะท้อนปัญหาของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว และสังคม นำเสนอชีวิตหลากหลาย ด้วยแนวธรรมชาตินิยม สะท้อนความคิด ความเชื่อ คุณค่าและคตินิยมพื้นถิ่นอย่างลึกซึ้งและแหลมคม ให้เห็นว่า แม้ในสังคมที่ต่างวัฒนธรรม ต่างความเชื่อ มนุษย์ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยไมตรีสัมพันธ์

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ดำเนินเรื่องด้วยกลวิธีการเขียนที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านให้ใคร่รู้ ใคร่ติดตาม และนำไปสู่จุดหมายที่เป็นเอกภาพ โดยไม่ละเลยที่จะสอดแทรกปัญหาและแง่มุมของชีวิต ทั้งปัญหาภายในจิตใจ และปัญหาของปัจจัยภายนอก บันทึกความขัดแย้งของสังคมในอดีต ทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม รวมถึงปัญหาของสังคมร่วมสมัย คือการเผชิญหน้ากันระหว่างพัฒนาการของเมืองกับคุณค่าด้านมนุษยธรรม

เรื่องสั้นขนาดยาวใน "แผ่นดินอื่น" มีคุณสมบัติของเรื่องสั้นที่ทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์ การนำเสนอละเอียด ประณีตและแยบยล เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ใช้จินตนาการที่เป็นอิสระ ผู้เขียนใช้ภาษาถ่ายทอดเหตุการณ์และความรู้สึกได้งดงาม เข้มข้นด้วยอารมณ์สะเทือนใจ

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวนี้ "แผ่นดินอื่น" ของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ จึงเป็นวรรณกรรมรวมเรื่องสั้นที่มีความดีเด่น สมควรแก่การยกย่องให้เป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2539

กุหลาบ มัลลิกะมาส
จะระพรรษ์ บุณยเกียรติ
ประยอม ชองทอง
วิพุธ โสภวงศ์
สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์
อัศศิริ ธรรมโชติ
อำพล สุวรรณธาดา

จากคำประกาศของคณะกรรมการตัดสิน รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรต์) ประจำปี พ.ศ.2539


(พิมพ์ครั้งที่ 4)
สะพานขาด (รางวัลช่อการะเกด พ.ศ.2533)

หนังสือรวมเรื่องสั้นคัดสรร ซึ่งได้รับรางวัลในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2535 ด้วยสำนวนภาษาที่ละเมียดละไม ภาพรวมของสะพานขาดมุ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถาพวิถีชีวิตของชาวปักษ์ใต้ ที่มีความขัดแย้งอยู่กับปริบททางสังคมการเมืองอย่างหนักหน่วง ความไม่เข้าใจ (หรือไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจ) กันของผู้ปกครองที่มีต่อผู้อยู่ใต้การปกครองเสมือนสะพาน (ทางความคิด) ที่ขาดออกจากกัน ซึ่งไม่รู้ว่าจะเชื่อมกันได้เมื่อไร

เมืองลุงดอทคอม รวบรวม